เดือน: สิงหาคม 2021

จริงหรือไม่ หากไม่รับกลิ่น ไม่รับรส เท่ากับสัญญาณการติดเชื้อโควิด-19

สถานการณ์โควิด-19 นั้น ในบางประเทศก็สามารถจัดการได้ดีขึ้น บางประเทศยังไม่สามารถจัดไรได้ดีเท่าที่ควร และบางประเทศก็กลับมาวิกฤตอีกครั้ง โดยเมื่อช่วงแรกที่มีการระบาดของโรคนั้น สัญญาณการติดเชื้อโควิด-19 อาการที่พบก็จะเหมือนหรือคล้ายกับการป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ทำให้ไม่สามารถระบุได้แน่ ๆ ว่านั่นเป็นอาการของโรคโควิด-19 หรือไม่ ต่อมาไม่นานเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็มีการกลายพันธุ์ และผู้ติดเชื้อก็เริ่มมีอาการที่สามารถสังเกตได้ง่ายขึ้น คือ การไม่รับกลิ่น ไม่รับรส

ท่ามกลางเหตุการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19

จากการศึกษาเล่าเรียนจากงานศึกษาวิจัยปัจจุบันที่พิมพ์ในนิตยสารออนไลน์ International Forum of Allergy & Rhinology ในต่างชาติ พบว่า อาการที่เราไม่สามารถรับทราบกลิ่น รวมทั้งการรับทราบรส เป็นหนึ่งในอาการยอดฮิตที่พบบ่อยในคนไข้ติดเชื้อโรคโควิด-19

ลักษณะของอาการดังที่กล่าวผ่านมาแล้วยังถูกจัดอยู่ในคนเจ็บติดเชื้อโรคที่มีลักษณะอาการไม่ร้ายแรงมากมายแล้วก็พบได้ทั่วไปในคนเจ็บที่อายุยังน้อย คนป่วยบางรายอาจมีลักษณะของการปวดท้องและก็เจ็บตาร่วมด้วย ผู้ติดโรคบางทีอาจยังสามารถรับรสได้บ้างบางรส อาทิเช่น รสเค็ม หรือรสหวาน แม้กระนั้นจะไม่อาจจะกำหนดรสที่ถูกต้องได้แน่ ๆ อย่างเห็นได้ชัด

ผลทดลองจากคนเจ็บ COVID-19 ปริมาณ 59 คน

ทีมงานนักวิจัยพบว่า ปริมาณคนเจ็บที่ส่งผลการทดลองโควิด-19 เป็นบวก จะสูญเสียความรู้ความเข้าใจสำหรับในการดมถึง 68% รวมทั้งสูญเสียความรู้ความเข้าใจสำหรับการรู้รสถึง 71% 

เหมือนกับเมืองไทยที่ช่วงวันที่ 6 เดือนเมษายน 2563 ราชวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเมืองไทย ซึ่งเป็นหมอด้าน หู คอ จมูก ได้ออกประกาศ ฉบับที่ 3 เรื่อง ข้อเสนอแนะเรื่องอาการสูญเสียการได้กลิ่นในคนไข้โรคติดเชื้อ เชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 บอกว่า ผู้เจ็บป่วยโควิด-19 เจอมีลักษณะอาการสูญเสียการได้กลิ่น ได้ถึง 2 ใน 3 คนเจ็บโควิด-19 เป็นอาการหลักถึงปริมาณร้อยละ 30

เนื่องจากเชื้อไวรัสโควิดก็ได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ตนเองและแพร่กระจายอย่าง หลากหลายในตแต่ละประเทศ ซึ่งในไทยตอนนี้คือ สายพันธุ์เดลต้า ในปัจจุบันนี้อาจไม่สามารถระบุได้ชัดเจนแล้วว่าอาการแบบนี้ติดโควิดหรือเปล่า มีการรายงานเกี่ยวกับผู้ที่ไม่มีอาการอะไรเลย แต่กลับตรวจพบเชื้อโควิด-19 

ฉะนั้น พวกเราสามารถดูแลตนเองให้ไกลห่างจากโควิด-19ได้โดยการ ทำให้ภูมิต้านทานร่างกายของพวกเราให้แข็งแรง อาทิเช่น ไม่เครียด นอนพักให้พอเพียง บริหารร่างกายวันละ 30 นาที ขั้นต่ำอาทิตย์ละ 3 วัน เพื่อร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสก้าวหน้าเพิ่มขึ้น สวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่ร่วมกับผู้คน หลีกเลี่ยงการพบปะผู้คน เพราะว่าตอนนี้ก็ไม่สามารถไว้ใจใครได้แล้วเช่นกัน

 

สนับสนุนโดย.  sa casino ฟรี300

0 Comments
Read Full

ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน และอาหารอะไรบ้างที่ผู้ป่วยไตไม่ควรกิน

ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน องค์การอนามัยโลก (WHO) แถลงการณ์ว่าตอนนี้มีคนเป็นโรคเบาหวานทั่วทั้งโลกไม่น้อยเลยทีเดียวกว่า 425 ล้านคน แล้วก็มีลักษณะทิศทางมากขึ้นถึง 642 ล้านคนภายในปี พุทธศักราช 2583

จากผลที่ได้รับจากการสำรวจสุขภาพประชากรไทยครั้งปัจจุบันเมื่อปี 2557 พบว่าคนประเทศไทยราว 4.8 ล้านคน ป่วยเป็นโรคเบาหวาน รวมทั้งมีปริมาณมากขึ้นทุกปี

ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน จากสถิติพบว่า คนที่เป็นโรคเบาหวานจำนวนร้อยละ 50 ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรค รวมทั้งคุณอาจเป็นหนึ่งในในนั้น โดยเหตุนั้นการตรวจคัดเลือกกรองโรคจึงเป็นเรื่องสำคัญ แล้วก็เข้ารับการดูแลรักษาอย่างทันทีทันควัน จะช่วยลดความร้ายแรงของอาการเข้าแทรกจากโรคได้

 

บุคคลที่มีโอกาสเสี่ยงต่อเบาหวาน และก็ควรจะได้รับการตรวจคัดกรอง ดังเช่น

– คนที่แก่กว่า 35 ปีขึ้นไป

– คนที่อ้วน (มีค่าค่าดัชนีมวลร่างกายหรือ BMI มากยิ่งกว่า 25) รวมทั้งมีพี่น้องแท้ ๆ ที่เป็นโรคเบาหวาน

– มีโรคความดันเลือดสูง

– ระดับไขมันในเลือดไม่ปกติ

– มีประวัติเป็นโรคเบาหวานขณะมีครรภ์ หรือมีประวัติคลอดเด็กอ่อนน้ำหนักเกิน 4 กก.

– มีโรคหัวใจรวมทั้งเส้นเลือด

– สตรีที่มีภาวการณ์ถุงน้ำรังไข่ (Polycystic Ovary Syndrome)

คนเจ็บโรคไตเป็นจำต้องควบคุมการรับประทานอาหาร รวมทั้งทานอาหาร ตามโภชนาการ การกินเค็มมาก กินบ่อย ๆ จะมีผลทำให้ไตทำงานมากขึ้น เนื่องจากว่าจำต้องขับโซเดียมที่เกินความต้องการใช้งานออก ด้วยเหตุดังกล่าววันนี้พวกเราจะพาทุกคนมารู้จักกับของกินที่คนเจ็บโรคไตควรจะหลบหลีกกัน

ของกินที่คนไข้โรคไตควรจะเลี่ยง

– เนื้อสัตว์ติดมัน

– ไข่แดง

– ขนมปังโฮลวีต รวมทั้งของหวานเบเกอรี่ต่าง ๆ

– หลบหลีกเนื้อสัตว์ดัดแปลง ตัวอย่างเช่น ไส้กรอก กุนเชียง หมูยอ หมูหยอง แหนม ลูกชิ้น ฯลฯ

– อาหารบรรจุกระป๋อง ไม่ว่าจะเป็น ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่ง ผลไม้บรรจุกระป๋อง เพราะเหตุว่าจะมียากันบูดแล้วก็จำนวนโซเดียมที่สูงมาก

– ของกินที่มีไขมัน โคเลสเตอรอลสูง ที่ได้จากไขมันอิ่มตัวของพืชรวมทั้งสัตว์ ดังเช่น น้ำกะทิ น้ำมันปาล์ม มันหมู

มันไก่ หมูสามชั้น ไข่พะโล้

– ของกินที่มีพิวรีนสูง เครื่องในสัตว์ทุกประเภท ตับ ไต หัวใจ กึ๋น ฯลฯ

 

ด้วยเหตุนี้คนป่วยโรคไตก็เลยควรต้องดูแลตนเองกระเป็นพิเศษ เลี่ยงของกินที่มีผลทำให้ค่าไตเพิ่มสูงมากขึ้น หมั่นพักผ่อนให้พอเพียง รวมทั้งออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อดูแลรักษาสุขภาพร่างกายโดยตลอด

นอกจากนี้ผู้ที่ไม่อยากเสี่ยงเบาหวานก็เช่นกัน ควรดูแลตนเองด้วยพื้นฐานการดูแลสุขภาพให้ดี ไม่ว่าจะการออกกำลังกาย การนอน การทานอาหารที่มีประโยชน์หลีกเลี่ยงอาหารที่จะแสลงต่อโรค  

 

สนับสนุนโดย.    บาคาร่า sa

0 Comments
Read Full

โรคไข้หวัดนก คืออะไร ทำไมน่ากลัว

โรคไข้หวัดนก เป็นโรคที่มีการค้นพบมาหลายสิบปีแล้ว ซึ่งในช่วงแรก ๆ ก็มีการระบาดในสัตว์ปีก และก็เกิดกันเกือบทุกประเทศ โรคนี้มีต้นเหตุที่เกิดจากการที่ไก่ติดเชื้อไวรัสหวัด avian influenza type A ที่เกิดในนก

เนื่องจากว่าเป็นเชื้อไวรัสที่เกิดขึ้นในบรรดาเหล่าสัตว์ปีกที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน ก็เลยเจ็บป่วยรวมทั้งตาย มนุษย์เราจะติดไข้หวัดนกจากไก่ ยกตัวอย่าง เมื่อไก่ป่วย เราอาจจะติดเมื่อสัมผัสสิ่งต่าง ๆ เกี่ยวกับมัน หรือนำไก่ที่ป่วยมาประกอบอาหาร

แต่ว่าปรุงไม่สุก นอกจากนี้ก็ติดจากกระบวนการที่นำมาประกอบอาหารได้เช่นกัน ในบางครั้งก็อาจจะได้รับเชื้อจากพื้นที่ที่มีการระบาดสูง

– ผู้ที่มีอาการป่วยด้วยหวัดนกส่วนมากจะกำเนิดในผู้ที่ที่มีอาการป่วยด้วยโรคนี้ ราว ๆ จำนวนร้อยละ 60 ของผู้ที่เจ็บไข้จะเสียชีวิต

– การคุ้มครองป้องกันที่สำคัญเป็นการระวังการสัมผัสไก่ที่เจ็บไข้หรือตายโดยไม่รู้ต้นเหตุ 

 

วงจรเชื้อไข้หวัดนก

เป็นไวรัสที่พบแบบธรรมชาติ ซึ่งจะมีการติดต่อในนก โดยเฉพาะอย่างยิ่งนกป่า นกเป็ดน้ำซึ่งจะเป็นพาหะของโรค เชื้อจะอยู่ในไส้โดยที่ตัวนกไม่มีอาการ เมื่อนกป่ากลุ่มนี้ย้ายถิ่นไปก็จะนำเชื้อนั้นไปด้วย เมื่อสัตว์อื่น ได้แก่ไก่ เป็ด หมู หรือสัตว์เลี้ยงอื่นได้รับเชื้อดังกล่าวจะมีอาการสองแบบ ได้แก่

  1. ถ้าหากได้รับเชื้อจำพวกที่ไม่ร้ายแรง สัตว์เลี้ยงนั้นอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีอาการไม่มาก ไม่หนักแล้วก็หายได้เอง
  2. ถ้าเกิดเชื้อที่ได้รับมีความร้ายแรงมาก ก็จะก่อให้เกิดอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง โดยจะตายหมดส่วนมากก็ตายได้ใน 2 วัน หลังรับเชื้อ

 

เมื่อนกที่ติดเชื้อไปอยู่ที่ใดก็จะขับถ่ายออกมาตามที่นั้น ๆ ซึ่งเหล่านี้มีเชื้อโรค สัตว์เลี้ยงของเรา ยกตัวอย่าง ไก่เมื่ออยู่บริเวณเดียวกับนกก็จะมีโอกาสได้รับเชื้อจากนกมาทำให้มีการเจ็บป่วย ที่สามารถแพร่สู่คนได้ เมื่อไก่ตายหรือป่วยไข้ก็จะมีการนำไก่พวกนั้นไปบริโภคนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการได้รับเชื้อจากไก่สู่คน นอกจากนี้อาจจะติดเชื้อได้ในระหว่างกระบวนการนำไก่มาประกอบอาหาร เช่น

– การสัมผัสโดยตรง 

– สัมผัสกับอุจจาระของสัตว์ที่เป็นโรค

– พื้นดินที่มีเชื้อโรคอยู่

 

คนที่ป่วยด้วยโรคนี้จะมีลักษณะอาการอะไรบ้าง

อาการที่สำคัญของหวัดนก ได้แก่

– มีไข้ แล้วก็ไอ

– แน่นหน้าอก

– หายใจแรงอ่อนเพลีย

– เจ็บท้อง

– ท้องเสีย

 

อย่างไรก็ตาม เชื้อโรคนั้นมีการพัฒนาตลอดเวลา ทำให้เกิดโรคอุบัติใหม่ได้ขึ้นเรื่อย ๆ และโรคเดิม ๆ ก็อาจเกิดสายพันธุ์ใหม่ ๆ ขึ้นได้ ดังนั้นเราควรดูแลตนเองให้ดีจะเลือกกินอะไรก็ควรพิจารณาถึงความปลอดภัย และสุขอนามัยที่ดี นอกจากนี้ควรบริหาร่างกาย เพื่อสร้างภูมิต้านทานที่แข็งแรงให้กับตนเองอยู่เสมอ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

0 Comments
Read Full

5 ปัญหาของสตรีวัยทอง

เมื่อไปสู่วัยทอง แน่ ๆ ว่าเป็นสิ่งที่เพศหญิงทุกคนไม่สบายใจเป็นอันมาก  ปัญหาของสตรีวัยทอง ไม่ว่าจะคือ ปัญหาด้านที่ เกี่ยวข้องกับ สุขภาพหรือด้านอารมณ์ล้วนมีผลต่อการดำรงชีวิตมากมายเช่นเดียวกัน

วันนี้เราจะมารู้จักกับ ปัญหาของสตรีวัยทอง ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตของวัยทอง เพื่อทราบก่อนพวกเราจะได้พร้อมเตรียมตัวได้อย่างถูกทาง

– อาการช่องคลอดแห้ง

ลักษณะของวัยทองที่จะเกิดขึ้นแน่ ๆ ได้แก่ ภาวการณ์ช่องคลอดแห้ง สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะช่องคลอดจะสั้นรวมทั้งแคบลง ฝาผนังบางลง รวมทั้งต่อมmujสร้างสารหล่อลื่นหดตัว ซึ่งเกิดขึ้นจากฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ในวัยเยาว์จะผลิตสารใสชั้นบาง ๆ

มาฉาบอยู่รอบ ๆ ฝาผนังช่องคลอดซึ่งเมื่อเข้าถึงวัยทองจะมีจำนวนน้อยลง ทำให้ความชื้นของช่องคลอดต่ำลงและไม่ยืดหยุ่น กระตุ้นให้เกิดอาการช่องคลอดแห้งเกิดขึ้นได้

– อาการผิวหนังแห้ง

เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ปฏิบัติภารกิจควบคุมเพื่อรักษาความชื้น ความยืดหยุ่น และก็ความตึงกระชับ เมื่อฮอร์โมนนี้ต่ำลงก็ทำให้มีปัญหาผิวแห้ง คันผิว เหี่ยวย่นแล้วก็มีริ้วรอยเยอะขึ้น บางทีอาจตามมาด้วยฝ้า กระ จุดด่างดำ

– อาการโรคกระดูกพรุน

ถึงวัยหมดระดูการสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนรวมทั้งฮอร์โมนต่าง ๆ ภายในร่างกายก็จะน้อยลง มีผลต่อการปรับตัวของกระดูกไปในทางลบ มีการดึงแคลเซียมในกระดูกมากยิ่งกว่าการสั่งสมหรือการผลิตเพิ่ม เมื่อการผลิตแล้วก็การสลายกระดูกดำเนินงานไม่สมดุลกัน แคลเซียมที่สะสมอยู่ในกระดูกถูกดึงออกมาเรื่อยจนกระทั่งแปลงเป็นโรคกระดูกพรุนได้ง่าย

– อาการนอนไม่หลับ

อาการนอนไม่หลับเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่เสี่ยงต่อสุขภาพได้มากเหมือนกัน นอกเหนือจากนั้นอาการนอนไม่หลับยังไม่ดีต่อการดำรงชีวิตค่อนข้างมาก เมื่อมนุษย์เราแก่ขึ้น จะนอนได้ยากขึ้น เพราะเหตุว่าการผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินต่ำลง ส่วนใหญ่หลับแล้วตื่นเวลาดึก รวมทั้งเมื่อตื่นแล้ว ก็จะหลับต่อไม่ติด กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดอาการอารมณ์เสีย หมดแรง

– อาการร้อนวูบวาบ

อาการร้อนวูบวาบเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากระบบที่คอยควบคุมพวกความร้อน-เย็นภายในร่างกายเสื่อมไปตามวัย อาการร้อนวูบวาบในวัยทองไม่ใช่โรค และไม่นำมาซึ่งอันตรายใด ๆ ก็ตามก็เลยไม่สมควรกังวลเท่าไรนัก เพราะเหตุว่าจะยิ่งทำให้เครียดแล้วก็มีลักษณะเยอะขึ้นเรื่อย ๆ

5 ปัญหาของสตรีวัยทองที่กล่าวมานี้ กล่าวได้ว่าเป็นโรคยอดนิยมก็ว่าได้ เมื่อพวกเราทราบรวมทั้งจัดแจงต่อกรได้ ชีวิตในวัยทองก็ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวต่อไป ซึ่งอาการพวกนี้สามารถรักษาได้ไม่ต้องพึ่งยา หรือการให้ฮอร์โมน แค่เพียงเปลี่ยนแปลงความประพฤติ ย้ำการทานอาหารที่มีประโยชน์บำรุงร่างกาย และก็บริหารร่างกายสม่ำเสมอ

 

สนับสนุนโดย.  Ufabet เข้าสู่ระบบ

0 Comments
Read Full