เดือน: กุมภาพันธ์ 2022

3 สัญญาณเตือนเชื้อโควิดลงปอด

เชื้อโควิดลงปอด ในปัจจุบันประเทศไทยของเรามีการระบาดของเชื้อโควิด-19 หนักมากๆในแต่ละวันพบผู้ติดเชื้อมากกว่า 4-5 พันคนขึ้นไปและยังพบว่าผู้ติดเชื้อมีอาการรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆเชื้อโควอด-19 เมื่อได้ติดเชื้อเข้าไปแล้วตัวเชื้อมันจะเข้าไปทำลายทางเดินหายใจของเรา

บางคนอาจจะมีแค่ไข้ต่ำๆหรือว่าไออย่างเดียวแต่บางคนจะมีอาการรุนแรงนั่นก็คือเชื้อลงไปที่ปอดของเราหลายคนก็สงสัยว่ามันจะมีอาการอย่างไรบ้างที่จะเป็นตัวบ่งบอกว่าเชื้อมันลงไปที่ปอดของเราแล้วดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำเตือนสัญญาณหากมีสัญญาณเหล่านี้โควิด-19 มันอาจจะลงปอดคุณไปแล้วก็ได้

สัญญาณแรก คือ จะมีอาการไอร่วมกับไข้ เมื่อเวลาเราติดเชื้อโควิด-19 แล้วตัวเชื้อมันลงไปที่ปอดของเราก็จะทำให้ปอดของเรามีอาการอักเสบมากขึ้นๆเรื่อยๆเมื่อเวลาปอดอักเสบมากขึ้นก็จะทำให้ร่างกายของเรามีอาการไข้สูงตัวร้อนมากขึ้นเรื่อยๆดังนั้นก็รองวัดอุณหภูมิของร่างกายของเราได้เลยถ้าอุณหภูมิมากกว่า 37.5 องศา

แสดงว่าคุณเริ่มจะมีไข้แล้วถ้า 38-39 องศาขึ้นไปแบบนี้ชัดเจนมากเลยอันนี้มีไข้แน่นอนร่วมกับมีอาการไอเพราะว่าเวลาปอดของเราอักเสบจะทำให้ปอดของเรามีอาการไอขึ้นมาได้อาจจะมีเสมหะหรือไม่มีเสมหะก็ได้เพราะฉะนั้นแล้วอันนี้ก็เป็นอาการหนึ่งที่จะเป็นตัวบ่งบอกว่าคุณอาจจะมีเชื้อลงปอดแล้วก็ได้คือไข้ร่วมกับไอ

สัญญาณที่สอง คือ มีอาการหอบเหนื่อย เมื่อเชื้อได้ลงไปที่ปอดของเราก็จะทำให้ปอดของเรามีอาการอักเสบมากขึ้นทำให้มีน้ำมีหนองในปอดมากขึ้น

เมื่อเวลาน้ำกับหนองเยอะมากๆเวลาเราหายใจเข้าไปลมจะเข้าไปที่ปอดหรือว่าถุงลมได้น้อยลงมีการแลกเปลี่ยนการ์ดอออกซิเจนลดลงจะส่งผลทำให้ถุงลมของเราขาดออกซิเจนจึงทำให้เราเหนื่อยขึ้นมานั่นเองลองสังเกตอาการของตนเองดูถ้าเรามีอาการหอบเหนื่อยมากขึ้นอะไรแต่ละวันที่เราทำได้อยู่ทำไม่ได้เหนื่อยหอบร่วมกับมีอาการไข้ไอให้สงสัยเลย

สัญญาณที่สาม คือ ออกซิเจนในเลือดลดลง โดยปกติเลือดที่เข้าไปเลี้ยงที่ส่วนต่างๆของร่างกายเสร็จแล้วก็จะไหลกลับเข้ามาที่หัวใจของเราจากนั้นหัวใจของเราจะสูบฉีดเลือดไปยังปอดเพื่อที่จะฟอกเลือดให้มีออกซิเจนเพิ่มขึ้นแต่เมื่อไหร่ปอดของเราอักเสบมีน้ำมีหนองเยอะแบบนี้ก็จะทำให้ปอดไม่สามารถเติมออกซิเจนไปที่เลือดของเราได้เลือดของเราก็จะมีออกซิเจนต่ำลง

 

สนับสนุนโดย.  UFABET เว็บหลัก

0 Comments
Read Full
ทานอาหารให้ได้ 3 สีใน 1 มื้อ

ทานอาหารให้ได้ 3 สีใน 1 มื้อ

ทานอาหารให้ได้ 3 สีใน 1 มื้อ หลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นมาบนโลกของเราในปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของโรคระบาดมลพิษทางอากาศมากมายที่เกิดขึ้นสิ่งต่างๆเหล่านี้

  ล้วนแล้วแต่เป็นผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์อย่างเรามนุษย์ต่อให้จะแข็งแรงแค่ไหนแต่  ถ้าหากว่าสิ่งรอบข้างของเราเต็มไปด้วยโรคและมลพิษทางอากาศน่านอนว่าในบางครั้งมัน  ก็อาจจะเกิดการอ่อนแอลงได้เรื่องราวของสุขภาพ

ในปัจจุบันนี้เป็นสิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่ควรจะให้ความสนใจเนื่องจาก  ถ้าร่างกายของเราสมบูรณ์แข็งแรงไม่ว่าเราจะทำอะไรไปที่ไหนมันก็เป็นเรื่องที่ดีทั้งนั้นและแน่นอนว่า  เรื่องที่เราจะพูดต่อไปนี้เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับสุขภาพอย่างแน่นอน

สุขภาพเป็นสิ่งที่เราไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้เลยว่า  เราควรจะให้ความสนใจและให้ความสำคัญกับมันเป็นอย่างมากสำหรับในปัจจุบันนี้ร่างกายของเรานั้น  ต้องการอาหารที่มีประโยชน์การพักผ่อนที่เพียงพอและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

สิ่งต่างๆเหล่านี้  จะทำให้ร่างกายของเรานั้นสมบูรณ์แข็งแรงมีภูมิคุ้มกันโรคที่ดีคืนจากการรับประทานอาหารแล้ว  ยังมีวิธีการอื่นๆอีกมากมายที่จะช่วยให้ร่างกายของเรานั้นเพิ่มพลังงานภูมิคุ้มกันโรคให้แก่ร่างกายเพื่อไม่ให้ป่วยง่ายนั่นเอง 

ซึ่งสำหรับวิธีการที่เราจะไปพูดถึงในวันนี้แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการรับประทานอาหารให้ได้ 3 สีใน 1 มื้อซึ่งหลักการและวิธีการจะเป็นอย่างไรนั้นเราไปทำความรู้จักพร้อมๆกันเลยดีกว่า  การที่ร่างกายของเราได้สารอาหารที่หลากหลายและครบถ้วนตามไปด้วยดังนั้นการเลือกทานผักที่มีสีเขียวแก่เหลือง

โดยเฉพาะผักสีส้มเหลืองแดงที่มีแคโรที    นอยด์อยู่มาก  จะเข้าไปช่วยให้ร่างกายสร้างเซลล์ขึ้นมาใหม่แทนที่ของที่เสียไป  ที่ดียิ่งขึ้นไม่สามารถทานอาหารที่มีสีมากมายใน 1 มื้อได้ให้เลือกทานเป็นมื้อใดก็ได้ ใครบอกว่าการกินไม่สำคัญอย่างที่เราได้กล่าวไปข้างต้นแล้ว

การกินนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมากนอกจากนี้  วิธีการเพิ่มพลังภูมิคุ้มกันโรคให้กับร่างกายของเรายังไม่ได้มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นแต่ทว่า  มันยังมีการหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันเลวมากๆกล้าทานโปรตีนให้มากๆ

หรือการเคลื่อนไหวตัวของเราอยู่ตลอดเวลาการลดน้ำหนัก

  ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งและการเล่นดนตรีซึ่งแน่นอนว่าการเล่นดนตรีหลายคนอาจจะไม่เชื่อว่ามันจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันโรค  ให้กับร่างกายของเราได้อย่างไรวิธีนี้จะบอกได้เลยว่าเป็นวิธีที่หลายๆคนมองข้าม 

แต่มันเป็นวิธีที่ดีเอามากๆจะถามว่าคุณอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการเล่นดนตรีเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายของเราว่า  มันเป็นอย่างไรมีกลไกการทำงานหรือว่าการเพิ่มพลังภูมิคุ้มกันโรคในร่างกายของเราอย่างไรนั้น 

เพียงคุณลองเข้าไปค้นหาในอินเทอร์เน็ตข้อมูลต่างๆก็จะขึ้นมาให้คุณได้อ่านกันและนอกจากนี้มีการอื่นๆ  ก็น่าสนใจอีกเช่นเดียวกันและหากว่าคุณสนใจในเรื่องของสุขภาพเพื่อศึกษาเพิ่มเติมไม่เชื่อเรื่องที่ยากอะไรสำหรับในยุคปัจจุบันนี้

 

สนับสนุนโดย.    สมัคร Gclub

0 Comments
Read Full
ประโยชน์ของมะพร้าว

มะพร้าว สรรพคุณและประโยชน์ของมะพร้าว

 

ประโยชน์ของมะพร้าว สำหรับพืชมะพร้าวถือว่าเป็นพืชปริศนาบางคนเขาก็ว่าดีมากบางคนเขาก็ว่าไม่ดีทุกอย่าง

ถ้าใช้หลักการหรือทฤษฎีของบางอย่างดีแต่มันจะไม่ดีกับคนทั้ง10คนไม่มีอะไรก็ตามที่รักษาได้ทุกโรคฉันใดก้ฉันนั้นว่าของบางอย่างมันดีเท่าเราแล้วบังเอิญว่าเราขาดสิ่งนั้นเราไปให้เพื่อเรากินเขาอาจจะไม่ได้ขาดเขาก็ไม่ดี

แต่เราจะบอกว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ดีไม่ใช่ถ้าเราใช้ได้อย่างถูดต้องทุกอย่างในโลกนี้คือทางสายกลางถ้าเกิดไปก็ไม่ดีขาดไปก็ไม่ได้ผลตรงกลางนี่ทำยากจริงๆในชีวิตของมนุษย์จะนอนให้กลางๆจะออกกำลังกายให้สม่ำเสมอจะทำงาให้กลางทำทุกอย่างได้กลางเมื่อไหร่ชีวิตมีความสุข

เพราะฉะนั้นวันนี้เรามาคุยกันเรื่องมะพร้าวไล่ยาวกันเลยมะพร้าวเอาตั้งแต่อ่อนก่อนมะพร้าวอ่อนมีน้ำอยู่เยอะจะมีเนื้ออยู่น้อยมะพร้าวอ่อนมีน้ำ90%มีเนื้ออยู่10%มีปริมาณน้ำ400-465ccต่อลูกพอแก่ขึ้นก็ไม่รู้มันแค่ไหนแก่มากก็มันมาน้ำน้อยฝาดใหมานมากอันนี้ทั้งคนและมะพร้าวคล้ายกันน้ำมะพร้าวจริงๆถือว่าเป็นน้ำแร่ธรรมชาติ

ในน้ำมะพร้าวเองจริงๆแล้วก็ถือว่าไม่เสียหายมากนักเพราประกอบไปด้วยวิตามินบีเยอะมีในอะซินมีโฟลิกเอซิดมีแร่ธาตุมีแคลเซียมมีฟอสฟอรัสแมกนีเซียมแมงกานีสหลายตั

ดังนั้นแล้วนักกีฬาหรือคนไข้ที่ที่ออกกำลังกายเยอะๆหรือหรือประชาชนที่ออกกำลังกายเรากินน้ำมะพร้าวหนึ่งลูกหลังออกกำลังกายถือว่าใช้ได้ทุกอย่างมันมีข้อดีและข้อเสียเมื่อเรามาดูข้อเสียไล่จากน้ำก่อนมะพร้าวคือน้ำมีเกลือแร่มีวิตามินเยอะและมีน้ำตาลเยอะเนื้อมีไขมันเยอะแสดงว่าคนไขมันในเลือดอสูงไม่ควรกินเนื้อเยอะเนื้อมันก็คือกะทิไงกะทิใส่ทุกอย่างกินไปกินมาคอเลสเตอรอลก็ขึ้นไตรกลีเซอไรด์ก็ขึ้นก็ต้องระวัง

โดยแกงกะทิหมอเคยบอกคนไข้ไปแล้วตัวแป้งกินต้องกินชนิดไหนน้ำตาลน้อยที่สุดถ้ากินแป้งฝรั่งเป็นขนมปังเป็นสปาเก็ตตี้เป็นพาสต้ามันเยอะก็มากินข้าว ข้าวก็น้อยหน่อยรองลงมาน้อยๆเลยคือข้าวกล้องข้าวดำถ้าเป็นแส้นน้อยๆก็คือเส้นหมี่วุ้นแส้นขนมจีนเขาก็มาเลยขนมจีนหมอบอกว่าน้อยกินไป1เดือนกลับมาด่าหมอเลยทำไมไม่ผอม

ถามว่ากินขนมจีนใช่ไหมกินอะไรบ้างขนมจีนน้ำยาขนมจีนแกงเขียวหวานเนื้อขนมจีนกะทิไม่ได้ขนมจีนกินกับน้ำยาป่าได้ออย่าใส่กะทิเยอะเพราะฉะนั้นเนื้อมันหรือกะทิไขมันสูงน้ำมันหรือน้ำมะพร้าวทั้งหลายน้ำตาลเยอะเพราะฉะนั้นแล้วหลักการคือกินอย่างมากกสุดก็1ลูก

 

สนับสนุนโดย.  ufabet เว็บแม่

0 Comments
Read Full

กลุ่มคนที่ห้ามลดน้ำหนักแบบIF

ในปัจจุบันนี้มีรูปแบบในการลดน้ำหนักหลากหลายรูปแบบด้วยกัน ลดน้ำหนักแบบIF ซึ่งการลดน้ำหนักแบบIFก็เป็นการลดน้ำหนักอีกรูปแบบนึงที่ต้องบอกว่าเป็นรูปแบบใหม่ไม่เน้นการนับแคลอรี่ในอาการแต่จะเน้นในช่วงเวลาในการทานอาหารแล้วก็อดอาการแต่ก็ต้องบอกว่าการลดน้ำหนักแบบIFถึงจะมีประสิทธิภาพที่ดี

แต่ก็ยังมีข้อห้ามมีข้อกำกัดในคนบางกลุ่มนั่นเองเดี๋ยวเราไปดูพร้อมกันเลยว่าจะมีอยู่กี่กลุ่มที่คุณหมอหลายท่านห้ามทำIFในการลดน้ำหนัก

กลุ่มคนที่หนึ่ง เด็กและนักเรียน สำหรับเด็กเป็นวัยที่กำลังเติบโตจำเป็นที่จะต้องได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนเพื่อที่จะไปบำรุงสมองและร่างกายให้แข็งแรงดังนั้นจึงไม่แนะนำให้ลดน้ำหนักแบบIFเพราะว่าจะทำให้เด็กขาดสารอาหารได้และก็สำหรับเด็กนักเรียนที่กำลงัเรียนหนังสืออยู่แบบนี้ก็ไม่แนะนำให้ทำเช่นกัน

เพราะว่าในช่วงที่ทำIFในช่วงที่อดอาหารเมื่อไปอดอาหารในเวลาเรียนอาจจะทำให้เด็กนั้นเรียนไม่รู้เรื่องก็ได้ทำให้การเรียนออกมาไม่ดีไม่มีประสิทธิภาพดังนั้นแนะนำว่าสำหรับเด็กหรือว่าคนที่อายุน้อยกว่า18ที่เป็นนักเรียนแบบนั้ควรจะลดน้ำหนักด้วยวิธีอื่น

กลุ่มคนที่สอง คนที่มีโรคประจำตัว ใครที่มีโรคปประจำตัวหลายอย่างอันนี้ก็ต้องระมัดระวังในการลดน้ำหนักบบIFยกตัวอย่างเช่นคนที่เป็นเบาหวาน โดยคนที่เป็นเบาหวานมีการกินยาลดน้ำตาลหรือว่าฉีดยาอินซูลินอยู่การทำIFจะต้องระมัดระวังมากๆ

เพราะอาจจะทำให้เกิดน้ำตาลต่ำลงมาด้วยบางคนถึงกับอาการช็อกได้อันนี้ถือว่าอันตรายหรือว่าคนที่เป็นโรคแผลในกระเพาะอาการหรือว่ากระเพาะอาหารอักเสบก็จะไม่แนะนำให้ทำIFเท่าไหร่เพราะอาจจะทำให้แผลในกระเพาะอาหารเป็นมากขึ้นได้เพราะว่ารับประทานอาหารไม่ตรงเวลา

ดังนั้นจึงแนะนำว่าคนที่มีโรคประจำตัวเยอะๆหรือว่าคนที่เป็นเบาหวานเป็นแผลในกระเพาะควรปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้ของเราก่อนว่าสามารถทำIFได้หรือเปล่า

กลุ่มคนที่สาม หญิงตั้งครรภ์ สำหรับหญิงที่ตั้งครรภ์ไม่แนะนำให้ลดน้ำหนักแบบIFเพราะว่าตั้งครรภ์น้ำหนักของคุณแม่ก็จะไปเพิ่มขึ้นเรื่อยๆด้วยฮอร์โมนแล้วก็น้ำหนักลูกในครรภ์

เพราะฉะนั้นแล้วการที่ทำIFมีการอดอาหารก็อาจจะทำให้ลูกในครรภ์มีการขาดสารอาหารได้แล้วก็เจริญเติบโตได้ไม่เต็มที่นั่นเองดังนั้นจึงแนะนำว่าสำหรับคนที่เป็นคุณแม่หรือว่าตั้งครรภ์อยู่แนะนำว่าให้ลดน้ำหนักแบบอื่นหรือว่าควบคุมอาการโดยกินอาหารที่พลังงานต่ำลงมาจะดีกว่า

กลุ่มคนที่สี่ คนทำงานไม่เป็นเวลา สำหรับใครที่ทำงานไม่เป็นเวลาทำงานเป็นกะบางทีทำงานกลางคืนบางทีทำงานกะกลางวันแบบนี้แนะนำให้ลดน้ำหนักแบบIF เพราะว่าการลดน้ำหนักแบบIFควรทำในเวลาเดิมๆและทำอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.    ufabet

0 Comments
Read Full