ผู้เขียน: adminone

น้ำอัดลม ดื่มบ่อย ๆ อันตรายกว่าที่คิด

  น้ำอัดลม เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก น้ำอัดลมอันตรายกว่าที่คิด  และเชื่อว่าก็เป็นเครื่องโปรดของใครหลาย ๆ คนอีกด้วย เพราะเครื่องดื่มน้ำอัดลมไม่ว่าจะยี่ห้อไหนก็ตาม จะสามารถให้คสามสดชื่นแก่ร่างกายของได้ไม่มากก็น้อย

ยิ่งถ้าเราเลือกดื่มคู่กับน้ำแข็งยิ่งทำให้เรารู้สึกสดชื่นได้เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังกระหายร้อนได้อีกด้วย เพราะน้ำอัดลมนั้นจัดเป็นเครื่องที่มีรสชาติอร่อย ถูกปากใครหลายคนทั้งยังให้ความสดชื่นแก่ร่างกาย

ปัจจุบันนี้จึงส่งผลให้หลายครัวเรือนหันมาบริโภคน้ำอัดลมกันมากกว่าดื่มน้ำเปล่า ไม่ว่าจะเป็นทั้งน้ำอัดลมกระป๋อง หรือน้ำอัดลมแบบขวด อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าน้ำอัดลมที่เราชอบดื่มกันเป็นประจำจะให้รสชาติที่อร่อย สดชื่น ผ่อนคลาย แต่ในข้อดีข้อน้ำอัดลมนั้น ก็ย่อมมีข้อเสียที่ทุกคนไม่อาจรู้ว่าการที่เราดื่มน้ำอัดลมเข้าไปบ่อย ๆ นั้น

จะส่งผลเสียอย่างไรต่อร่างกายของเรา และววันนี้เราก็จะมายกตัวอย่างว่าการกินน้ำอัดลมนั้น ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายของเราได้มากแค่ไหน หรืออาจส่งผลให้ร่างกายของเราเสี่ยงต่อโรคอะไรได้บ้าง วันนี้เรามีคำตอบค่ะ 

น้ำอัดลมทำให้กระดูกและฟันผุ

เนื่องจากน้ำอัดลมจะมีรสชาติค่อนข้างที่จะหวาน และความหวานนั้นก็เป็นตัวการสำคัญที่ส่งผลทำให้ฟันของเราผุโดยตรง เพราะในน้ำอัดลมจะมีกรดคาร์บอนิก ซึ่งเป็นสารที่เข้าไปทำลายสารเคลือบฟัน จึงทำให้ฟันของเรานั้นเกิดการสึกกร่อนได้ง่าย

ยิ่งถ้าเราดื่มเป็นประจำก็จะยิ่งส่งเสียไปยังสุขภาพกระดูกและฟันของเราได้เป้นอย่างมาก ดังนั้น ทางที่ดีควรหันมาดื่มน้ำเปล่าแทนการดื่มน้ำอัดลม เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดโรคกระดูกพรุน และปัญหาสุขภาพฟันนั่งเอง

น้ำอัดลมทำให้ระบบย่อยอาหารไม่ดี

น้ำอัดลมอันตรายกว่าที่คิด ในน้ำอัดลมจะมีก๊าซที่อาจส่งผลทำให้เราเกิดการท้องอืดได้ง่าย การดื่มน้ำอัดลมในปริมาณที่มากเกินไปต่อวัน อาจส่งผลให้ระบบย่อยอาหารของเรานั้นมีการทำงานที่ไม่เต็มประสิทธิภาพ จนนส่งผลให้เรารู้สึก จุกเสียดท้อง

หรืออาจปวดท้องในบางครั้ง และบางคนโชคร้ายถึงขั้นเป็นโรคกระเพาะเลยก็มี ดังนั้น ถึงแม้ว่าน้ำอัดลมจะช่วยให้ร่างกายของเรารู้สึกสดชื่น แต่ก็ไม่ควรดื่มเยอะจนเกินไป เพราะจะทำให้อาการของโรคต่าง ๆ นั้นเป็นหนักขึ้น

น้ำอัดลมทำให้เป็นโรคหัวใจ

เป็นแกหนึ่งสาเหตุที่มาจากการดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำ นั่นก็คือโรคหัวใจ โดยในน้ำอัดลมจะมีน้ำตาลที่อาจเชื่อมโยงกับโอกาสในการเสี่ยงโรคหัวใจหลอดเลือดสูง และยังส่งผลให้ระดับไขมันในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงไปอีกด้วย

ดังนั้น หากใครที่ยังรักสุขภาพ ไม่อยากเป็นโรคตั้งแต่อายุยังน้อย ๆ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำอัดลม และหันมาดื่มน้ำเปล่าเพื่อสุขภาพร่างกายที่ และช่วยลดอัตราการเสี่ยงต่อโรคหัวใจอีกด้วย

สนับสนุนโดย    แจ้งฝาก-ถอน ufabet

0 Comments
Read Full

เคล็ดลับการลดน้ำหนักแบบไม่ต้องงดอาหาร

เคล็ดลับการลดน้ำหนัก ก็คือการที่เรานำเอาไขมันออกจากร่างกายโดยการออกกำลังกาย เพื่อให้เหลือไว้แค่กล้ามเนื้อ การออกกำลังกายอย่างถูกวิธีก็คือ เราไม่ควรที่จะอดอาหารอย่างเด็ดขาด

เพราะอาจจะส่งผลให้ร่างกายเกิดการขาดพลังงาน และเมื่อเราไปออกกำลังกายก็อาจส่งผลให้ร่างกายทำงานหนักขึ้นเพราะไม่มีพลังงานทดแทน จนอาจทำให้เราเป็นลมได้ เพราะการรับประทานอาหารเป็นปัจจัยสำคัญในการออกกำลัง หรือการลดน้ำหนัก

การลดน้ำหนักจะสามารถเห็นผลได้จริงนั้น คือการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจคิดว่าการลดน้ำหนักที่ได้ผลที่สุดก็คือการอดอาหาร

แต่รู้หรือไม่ว่า การที่อดอาหารแล้วไปออกกำลังกาย อาจส่งผลเสียไปยังสุขภาพร่างกายของเรา อีกทั้งยังทำให้การลดน้ำหนักเพื่อที่จะได้มีรูปร่างที่สวย และสุขภาพดีนั้นไม่เห็นผลอีกด้วย ดังนั้น วันนี้เราจะมาแนะนำเคล็ดลับง่าย ๆ

ที่จะช่วยให้คุณนั้นสามารถลดน้ำหนักได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องอดอาหาร เพราะการรับประทานอาหารย่อมมีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังส่งผลให้เรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง มีหุ่นสวย ๆ ไว้อวดเพื่อได้อีกด้วย 

การรับประทานอาหารเช้า

มื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญและจำเป็นอย่างมากต่อร่างกาย เพราะสามารถช่วยให้ระบบเผาพลาญในร่างกายของเรามีการทำงานที่ดีขึ้น ส่งผลให้การใช้ชีวิตประจำวันของเรามีพลังงานใช้ได้อย่างเต็มที่อีกด้วย

การรับประทานมื้อเช้าอย่างเต็มที่ หรืออาจจะเป็นมื้อที่หนักกว่ามื้อปกติ จะช่วยให้ในระหว่างวันเราไม่รู้สึกหิวมาก นอกจากนี้แล้ว การรับประทานมื้อเย็นก่อนเวลา 18.00 น. จะเป็นตัวช่วยให้เราควบคุมน้ำหนักของตนเองได้ และเพื่อให้ท้องของเรามีช่วงที่ท้องว่าง จึงจะช่วยให้การลดน้ำหนักของเราเห็นผล

การเพิ่มปริมาณน้ำ

เคล็ดลับการลดน้ำหนัก การที่เราดื่มน้ำเข้าไปในร่างกาย จะช่วยเข้าไปปรับเปลี่ยนความร้อนของร่างกายให้คงที่อยู่เสมอ เพราะน้ำเป็นตัวออกซิเจนที่นำอาหารเข้าไปเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ การดื่มน้ำเยอะ ๆ ในแต่ละวันจะช่วยให้ระบบขับถ่ายของเราทำงานดีขึ้น

และที่สำคัญเลยก็คือสามารถช่วยให้เรารับประทานอาหารได้น้อย แต่ยังรู้สึกอิ่มอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย นอกจากนี้แล้วยังช่วยให้ผิวของเราดูอิ่มน้ำ เปล่งปล่ง รู้สึกมีผิวพรรณที่ชุ่มชื้นอีกด้วย

การปรับเปลี่ยนอาหาร

หัวใจสำคัญขแงการออกกำลังกายคือ การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หรือการปรับเปลี่ยนอาหาร จากเดิมที่เรากินอยู่คือข้าวธรรมดา อาจจะเปลี่ยนมาเป็นการกินข้าวโอ๊ตแทนก็ได้ หรืออาจจะเป็นการหันมาเลือกรับประทานสลัดผักที่มีไขมันต่ำแทนก็ได้

ซึ่งหากเราค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน กับการปรับเปลี่ยนอาหารไปพร้อม ๆ กันจะช่วยให้ร่างกายของเราเกิดการชินไปด้วย ค่อย ๆ ทำไปทีละขั้น รับรองได้เลยว่าการมีหุ่นที่สวย หรือการลดน้ำหนักนั้นเห็นผลได้ชัดอย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย.  สมัคร บาคาร่า ufabet

0 Comments
Read Full

เป็นโรคภูมิแพ้แล้วฉีดวัคซีนป้องกัน covid-19  ได้หรือไม่ 

           ช่วงนี้หลายคนคงเกิดความกลัวเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนป้องกัน covid เนื่องจากว่ามีบางคนที่ไปรับการฉีดวัคซีนป้องกัน covid แล้วมีอาการแพ้อย่างรุนแรงซึ่งบางคนนั้นก็มีอาการแพ้ถึงขนาดเป็นอัมพฤกษ์หรือหายใจไม่ออกกันเลยทีเดียวในขณะที่บางคนก็แพ้เพียงแค่เล็กน้อยโดยมีอาการขึ้นเป็นผื่นบวมแดงหรือมีอาการคันเท่านั้นเอง

         อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีข่าวเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนป้องกัน covid แล้วมีคนแพ้การฉีดวัคซีนทำให้หลายคนเริ่มเกิดความหวาดกลัวและไม่แน่ใจในข้อมูลว่าคนกลุ่มไหนสามารถฉีดวัคซีนป้องกัน covid ได้ดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงคนที่เป็นโรคภูมิแพ้กันว่าพวกเขาเหล่านี้สามารถทำการฉีดวัคซีนป้องกัน covid หรือไม่และจะมีอันตรายเกิดขึ้นหรือไม่

        สำหรับการเป็นโรคภูมิแพ้นั้นจะมีได้หลายภูมิแพ้ด้วยกันบางคนอาจจะเป็นโรคแพ้อากาศหรือบางคนอาจจะเป็นการแพ้ยารวมถึงบางคนนั้นอาจจะมีอาการแพ้เกี่ยวกับเรื่องของอาหารซึ่งการแพ้นั้นเบื้องต้นสามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกัน covid ได้แต่ก็ต้องดูเรื่องของการแพ้ด้วยเช่นเดียวกัน

         ถ้าหากว่าผู้ป่วยแพ้ยาอย่างรุนแรง ก็ไม่ควรที่จะทำการฉีดวัคซีนเพราะอาจจะเสี่ยงทำให้เกิดอันตรายได้แต่ถ้าหากเป็นการแพ้อาหารหรือแม้แต่แพ้อากาศสามารถที่จะฉีดวัคซีนได้เลยโดยที่ร่างกายจะไม่ได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนอย่างแน่นอนเพราะเนื่องจากว่าวัคซีนป้องกันโควิตนั้นไว้ไม่มีการใส่ส่วนประกอบที่เป็นส่วนประกอบในอาหารเข้าไปนั่นเอง

        อย่างไรก็ตามถ้าหากว่าผู้ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ก็ควรจะมีการปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะมีการเข้ารับการฉีดวัคซีนซึ่งแพทย์จะเป็นผู้วิเคราะห์ให้ว่าผู้ป่วยเหมาะสมที่จะรับการฉีดวัคซีนหรือไม่ซึ่งโดยปกติแล้วถ้าหากว่าไม่มีอาการแพ้รุนแรงหรือไม่เคยฉีดวัคซีนแล้วแพ้เลยคุณหมอก็จะมีการอนุมัติให้ฉีดวัคซีนป้องกัน covid ได้

        สำหรับใครที่ฉีดวัคซีนป้องกัน covid เข็มแรกไปแล้วแล้วเกิดอาการแพ้เช่นอาจจะมีอาการบวมแดงหรือคันสามารถที่จะฉีดวัคซีนชนิดเดิมในเข็มที่ 2 ต่อไปได้โดยที่ไม่เกิดอันตรายถึงชีวิตแต่ถ้าหากใครที่มีการฉีดวัคซีนป้องกัน covid เพียงแค่เข็มแรกเข้าไปแล้วมีอาการรุนแรงหายใจไม่ออกต้องงดการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ทันทีเพราะอาจจะมีอันตรายถึงแก่ความตายได้

       สำหรับการฉีดวัคซีนนั้นโดยปกติแล้วหลังจากฉีดวัคซีนทางโรงพยาบาลจะให้ผู้ที่ฉีดวัคซีนต้องนั่งรอเพื่อดูอาการว่าจะมีอาการแพ้วัคซีนหรือไม่ประมาณ 30 นาทีซึ่งถ้าหากมีอาการแพ้ก็จะรีบรักษาให้อย่างเร่งด่วนแต่ถ้าหากไม่มีอาการแพ้ก็จะสามารถกลับบ้านได้นั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  ทางเข้า ยูฟ่าเบท มือถือ

0 Comments
Read Full

รู้หรือไม่ การทาเล็บก็สามารถทำให้เราเกิดอันตรายได้

            คุณสาวๆทั้งหลายคนทางนี้ให้ดีๆ  โดยเฉพาะคุณสาวๆที่มักชื่นชอบการทาเล็บเป็นประจำและสีที่ทานั้นเป็นสีแดงเพราะคุณรู้หรือไม่ว่าการทาเล็บที่คุณคิดว่าเป็นการสร้างความสวยงามให้กับเล็บของคุณนั้นแท้ที่จริงแล้ว

มันสามารถทำให้คุณเกิดอันตรายต่อสุขภาพผิวของคนได้นั่นเองหลายคนอาจไม่คิดว่าการทาเล็บเพื่อความสวยงามของคุณนั้นจะมีผลเสียต่อผิวหนังของคุณ

และอันที่จริงแล้วคุณหมอจากทางกรมการแพทย์ได้ออกมายืนยันเป็นที่แน่นอนแล้วว่าการทาเล็บนั้นมีสิทธิ์ที่จะทำให้คุณแพ้และที่สำคัญที่ทำให้คุณแพ้มากที่สุดในการทาแล้วก็คือสีแดงนั่นเอง

         เชื่อว่าหลายคนโปรดปรานการทาเล็บสีแดงเป็นชีวิตจิตใจกันอย่างมากเลยทีเดียวเพราะมันจะทำให้เวลาที่เราทาเล็บแล้วผิวนิ้วมือของเรานั้นจะดูขาวมากขึ้นทำให้มีความสวยงามแต่ทางด้านอธิบดีกรมการแพทย์ยืนยันว่าเคยมีกรณีที่มีคนทาเล็บแล้ว

แพ้และที่สำคัญสีที่ทาแล้วแพ้ที่เจอบ่อยมากที่สุดกลับเป็นสีแดงซึ่งเป็นสีที่หลายคนโปรดปรานนั่นเองสำหรับอาการของการทาสีทาเล็บแล้วเกิดอาการแพ้ขึ้นมานั้นเราสามารถสังเกตเห็นได้หลังจากที่เราทาไปแล้วประมาณ 1 ถึง 2 วัน

           ซึ่งบางทีทาเสร็จแล้วอาจจะไม่ได้เห็นผลทันทีโดยให้คุณสังเกตบริเวณรอบเล็บของคุณถ้าเกิดแพ้มันจะมีอาการบวมขึ้นมาและแดงขึ้นมาหรือบางคนอาจจะมีอาการชาที่ปลายนิ้วหรือเกิดอาการคันก็ได้

และถ้าหากว่าคุณแพ้ขึ้นมาแล้วเราก็คุณเอามือที่แพ้ไปจับแถวบริเวณใบหน้าขอบตาหรือริมฝีปากของคุณก็จะทำให้ส่วนอื่นๆนั้นเกิดอาการแพ้ตามมาและเกิดอาการบวมแดงคันได้เช่นเดียวกันสำหรับการแพ้นั้นสาเหตุเกิดมาจากสีของน้ำยาทาเล็บที่มีสารที่ทำให้เกิดความแพ้

             ดังนั้นคุณจะต้องมีการเลือกสีทาเล็บที่เป็นสีที่ไม่ตามมาจากสารเคมีจะเป็นการดีที่สุดนอกจากนี้สาวส่วนใหญ่ยังใช้การต่อเล็บซึ่งอาจจะต้องมีการทากาวการใช้สารอะคริลิกซึ่งสารต่างๆเหล่านี้ก็จะทำให้คุณเกิดอาการแพ้ที่รับได้เช่นเดียวกันอย่างไรก็ตามวิธีการป้องกันไม่ให้เกิดการทาเล็บ

เพราะแพ้ได้ดีที่สุดก็คือถ้าหากว่าคุณเคยแพ้จากการทาเล็บสีไหนให้หลีกเลี่ยงการทาสีนั้นที่สำคัญน้ำยาทาเล็บในตอนนี้นั้นมีการผลิตออกมาแบบปลอดสารเคมีแล้วคุณสามารถที่จะใช้แบบนี้จะเป็นการดีที่สุด

          เมื่อใดก็ตามที่คุณรู้ตัวว่าคุณแพ้สีทาเล็บแล้วเราก็ให้คุณรักษาอาการด้วยการนำครีมที่สามารถลดอาการอักเสบมาทาบริเวณที่บวมแดงได้โดยยาชนิดนี้จะมีส่วนผสมของสเตอรอยด์ดังนั้นจึงไม่ควรที่จะใช้บ่อยมากนักประเทศสำคัญคุณต้องทำการหมั่นบำรุงผิวบริเวณมือของคนด้วยการทาครีมบำรุงผิวให้เยอะๆเพราะมันจะสามารถป้องกันสารเคมีที่จะไปถูกผิวหนังของคุณได้ 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    ทางเข้า UFABET ภาษาไทย

0 Comments
Read Full

เคล็ดลับผิวสวยควรดูแลอย่างไร

เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนก็คงมีความฝันที่ครั้งหนึ่งในชีวิต อยากมีผิวสวย และดูอ่อนกว่าวัยอยู่ตลอดเวลา การดูแลผิวพรรณจึงเป็นสิ่งสาว ๆ หลายคนนั้นต้องให้ความสำคัญและต้องดูแลกันอยู่สม่ำเสมอ เพราะหากปล่อยละเลยไม่สนใจ ผิวของเราก็อาจจะดูไม่ดี ไม่มีสุขภาพ

หรือแห้งนั่นเอง การมีผิวพรรณที่แลดูมีสุขภาพทำได้ไม่ยากมากนัก หากเรารู้จักวิธีการดูแลเป็นอย่างดี แต่ในสมัยนี้ เชื่อว่าหลายคนคงเข้าใจการดูแลผิวว่าต้องทาครีมบำรุงแค่นี้ก็สามารถมีผิวพรรณที่สวยได้แล้ว

แต่ในความเป็นจริงแล้ว รู้หรือไม่ว่า หากเราทาแค่ครีมบำรุงผิวเป็นประจำก็อาจจะไม่ได้ช่วยให้ผิวของเรามีสุขภาพที่ดีเสมอไป เพราะครีมบางตัวอาจมีส่วนผสมที่รุนแรงจนทำให้ผิวของเรานั่นเกิดการเสื่อมสภาพได้ง่าย

ดังนั้น เคล็ดลับการดูแลผิวที่ดีให้มีสุขภาพควรจะเริ่มต้นอย่างไรวันนี้เรามีคำตอบค่ะ ซึ่งก็เป็นวิธีง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ในชีวิตประจำ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของผิวร่วมกับการทาครีมบำรุงผิวไปด้วย จะมีวิธีไหนบ้างไปดูกันเลย

การรับประทานผักผลไม้ ผักผลไม้นั้นย่อมมีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะนอกจากจะช่วยให้สุขภาพร่างกายของเราแข็งแรงแล้วนั้น ยังมีประโยชน์ต่อผิวของเราอีกด้วย เพราะว่าในผักผลไม้นั้นจะมีวิตามิน แร่ธาตุมากมาย ที่ช่วยบำรุงผิวให้ดูเปล่งปลั่ง ดูอ่อนกว่าวัย จากภายในสู่ภายนอกอีกด้วย โดยสารอาหารดังกล่าวนั้นจะช่วยเข้าไปฟื้นฟูและปกป้องผิวของเราจากแสงแดดและมลพิษต่าง ๆ ดังนั้น ยิ่งถ้าเรารับประทานเป็นประจำทุกวันจะยิ่งมีผิวที่สุขภาพดีมกยิ่งขึ้น 

การดื่มน้ำบ่อย ๆ การดื่มน้ำเป็นประจำจะช่วยชำระล้างสารพิษที่อยู่ภายในร่างกายของเราออกมาทางปัสสาวะ หรือเหงื่อ โดยปกติแล้วร่างกายของคนเราจำเป็นที่จะต้องได้รับน้ำอย่างเพียงพอวันละ 8 แก้ว จึงจะส่งผลให้ร่างกายเกิดความสมดุล

ดังนั้น หากเราดื่มน้ำเยอะ ๆ น้ำจะยิ่งเข้าไปขับสารพิษที่อยู่ในร่างกายออกมา และช่วยให้ฟื้นฟูผิวของเราให้มีความชุ่มชื้น อิ่มน้ำ มีสุขภาพดีอีกด้วย หากใครที่กำลังดูแลผิวพรรณตนเองอยู่แนะนำให้ดื่มน้ำเยอะ ๆ เป็นประจำทุกวัน จะยิ่งช่วยให้ผิวของเรานุ่มชุ่มชื้นแลดูมีสุขภาพมากยิ่งขึ้นไปอีกด้วย

การทาครีมบำรุง การทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำก็เปรียบเสมือนกับการเติมอาหารให้กับผิวของเรา เพื่อให้ผิวมีสุขภาพแข็งแรง เพราะปกติแล้วผิวพรรณของเรามีความจำเป็นที่จะต้องได้รับสารอาหารที่เพียงพอจึงจะมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรง

ดังนั้น การจะดูผิวให้แลดูมีสุขภาพนั้น หลังอาบน้ำก็ควรทาคีมบำรุงผิว เพื่อเติมอาหารให้ผิวของเรามีความชุ่มชื้น การจะมีผิวที่ดูมีสุขภาพควรทาเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีมากขึ้น

 

ได้รับการสนับสนุนโดย    sa casino ฟรี300

0 Comments
Read Full

เคล็ดลับการดูแลผิวกายให้ขาวสว่างใส

สมัยนี้ไม่ว่าใคร ๆ ก็อยากมีผิวสวยสุขภาพดีกันทั้งนั้น การมีผิวพรรณที่สวยทั้งภายในและภายนอก ก็เปรียบเสมือนการเพิ่มความมั่นใจกับตนเองในการใช้ชีวิต ทำให้สาว ๆ นั้นมีความกล้าและมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น

เพราสังคมเราสมัยนี้มักเป็นสังคมที่ชอบจับผิดคนอื่นอยู่เสมอ ดังนั้น จึงทำให้สาว ๆ หลายคนที่มีผิวพรรณไม่สวยเหมือนคนอื่น ๆ เกิดความไม่มั่นใจในตัวเองขึ้นมาก็อาจใช้ชีวิตลำบกมากขึ้น ทั้งนี้ สาว ๆ

หลายคนที่มีผิวพรรณไม่ผ่องใสจึงต้องหันมาพึ่งการกินอาหารเสริมแทน เช่น การกินกลูต้า หรือคอลลาเจนเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับผิวของตนเอง เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนหมดเงินไปไม่น้อยกับเรื่องของการบำรุงผิว ซึ่งรู้หรือไม่ว่า การที่เรากินอาหารเสริมผิวเป็นประจำนั้นก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายและผิวของเราได้

ดังนั้น วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีง่าย ๆ ในการบำรุงผิวให้ขาวกระจ่างใส ไว้อวดเพื่อน ๆ โดยที่เราไม่จำเป็นที่จะต้องไปเสียเงินแพง ๆ กับการซื้ออาหารเสริม จะมีวิธีไหนกันบ้างไปดูกันเลย

  • การบำรุงผิวด้วยสมุนไพร รู้หรือไม่ว่าสมุนไพรไทยนั้นมีสรรพคุณมากมายในการบำรุงผิว ซึ่งสมุนไพรต่าง ๆ จะช่วยบำรุงผิวกายของเราให้ดูขาวสว่างใสขึ้น โดยวิธีนี้เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากที่สาว ๆ หลายคนนั้นชอบทำ นั่นก็คือ พอกมะขามเปียก

และขมิ้น เพราะสรรพคุณของมะขามเปียกนั้นจะช่วยผลัดเซลล์ผิวของเราที่ตายแล้วออกไป จึงทำให้ผิวของเราดูขาวมากขึ้น และในส่วนของขมิ้น จะช่วยให้ผิวของเรามีความกระจ่างใสได้ไวมากขึ้น ดังนั้น การนำมะขามและขมิ้นมาผสมรวมเข้ากันแล้วพอกลงบนผิว จะช่วยบำรุงผิของเราให้ขาวสว่างกระจ่างใสมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

  • การบำรุงผิวด้วยการออกกำลังกาย รู้หรือไม่ว่าการออกกำลังกายเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยขจัดสารพิษที่อยู่ในร่างกายของเราได้เป็นอย่างดี ซึ่งการออกกำลังกายจะช่วยขับเหงื่อและสิ่งสกปรกใต้ผิวที่อยู่ภายในร่างกายออกมา

ทำให้ผิวของเราดูสดใสมากขึ้น นอกจากนี้การออกกำลังกายยังช่วยลดการอุดตันของสิ่งสกปรกที่อยู่ใต้ผิวหนังของเราได้อีกด้วย ดังนั้น การออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน จะช่วยให้เรามีผิวที่สุขภาพดีมากขึ้น

  • การบำรุงผิวด้วยน้ำนม น้ำนมนั้นไม่เพียงแต่เป็นอาหารที่มีประโยชน์ แต่น้ำนมนั้นยังสามารถนำมาบำรุงผิวของเราให้มีสุขภาพที่ดีได้อีกด้วย เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำที่ว่า อาบน้ำแร่แช่น้ำนม ซึ่งการที่เราบำรุงผิวกายด้วยน้ำนมจะช่วยผลัดเซลล์ผิวของเราที่ตายแล้ว

ออกไป จึงทำให้ผิวพรรณของเราค่อยแลดูขาวขึ้น เพราะน้ำนมนั้นจะอุดมไปด้วยแร่ธาตุและสารอาหารที่ดีต่อผิวมากมาย ดังนั้น หากใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับผิวลองนำน้ำนมมาบำรุงผิวรับรองได้เลยว่าผิวของคุณจะค่อยขาวขึ้นอย่างแน่นอน 

 

สนับสนุนโดย    เซ็กซี่ บาคาร่าออนไลน์

0 Comments
Read Full

เคล็ดลับการนอนอย่างไรให้ผอม

จริงหรือไม่ แค่นอนก็ผอมได้ เชื่อหรือไม่ว่า ความอ้วนนั้นไม่เข้าใครออกใคร หากพูดถึงเรื่องของการลดน้ำหนักแล้วละก็ เชื่อว่าผู้หญิงอย่างเรา ๆ สมัยนี้แค่พูดก็ท้อกันแล้ว เป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ ที่เราจะมีความตั้งในการออกกำลังในการลดน้ำหนัก

อยากผอมก็อยากผอม แต่ก็ขี้เกียจออกกำลังกาย ซึ่งในสมัยนี้การลดน้ำหนักโดยที่เราไม่จำเป็นจะต้องออกกำลังกายให้เหงื่อออกแม้แต่นิดเดียว ก็มีหลากหลายวิธีที่แตกต่างกันออกไป เหมาะสำหรับสาว ๆ

ที่ขี้เกียจออกกำลังกายแต่อยากผอม โดยเฉพาะการนอน รู้หรือไม่ว่า การนอนนั้นก็สามารถทำให้เรานั้นผอมได้เช่นกัน ยิ่งนอนเยอะแค่ไหนก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้น แค่ฟังดูชื่อก็น่าจะเป็นสิ่งที่ใครหลาย ๆ คนชอบกันเป็นอย่างมาก

การนอน จะนอนอย่างไรให้มีสุขภาพที่ดี จะนอนอย่างไรให้ผอมได้ เชื่อว่าหายคนอาจจะยังไม่เชื่อ วันนี้เราจึงจะมายกตัวอย่างว่าการนอนนั้นก็มีประโยชน์ต่อร่างกายได้เช่นกัน และการนอนสามารถทำให้ผอมได้

3 ชั่วโมงแรกสำคัญมาก ช่วงเวลาของการนอนนั้นสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับ 3 ชั่วโมงแรก เพราะปกติแบ้วกว่าคนเราจะนอนหลับได้นั้นใช้เวลาที่ยาวนานกันเป็นอย่างมากกว่าจะหลับสนิท การที่เรานอนหลับให้สนิทใน 3 ชั่วโมงแรกจะช่วยให้ฮอร์โมนหลั่งออกมาอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยกระตุ้นให้การผอมเห็นผลได้อย่างชัดเจน

หากใครที่มีเวลานอนน้อย หรือนอนดึกเป็นประจำ และกำลังอยู่ในช่วงของการลดน้ำหนักอยู่ แนะนำให้พยายามหลับให้สนิท 3 ชั่วโมงแรก เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนออกมาได้มาที่สุด จึงจะส่งผลให้เรานั้นผอมลงได้

หลับต่อเนื่อง 7 ชั่วโมง หลายคนอาจเข้าใจว่า เราทุกคนควรนอนอย่างน้อย 8 ชั่วโมงจึงจะมีสุขภาพร่างกายที่ดี แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความอ้วนกับการนอนนั้นก็มีความสัมพันธ์กัน เมื่อร่างกายของเราได้รับการนอนหลับพักผ่อนแค่วันละ 5 ชั่วโมง

มีโอกาสทำให้เรานั้นอ้วนขึ้นได้เป็นอย่างมาก ดังนั้น การใช้เวลาในการหลับให้ยาวนานอย่างต่อเนื่อง 7 ชั่วโมงจะช่วยให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังช่วยลดความอยากอาหารในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งเป็นวิธีที่จะช่วยให้คนที่กำลังลดน้ำหนักอยู่ สามารถผอมได้จากการนอนหลับนั่นเอง

นอนมากเบิร์นมาก หลายคนคิดว่าการนอนเยอะ ๆ จะยิ่งทำให้เรานั้นมีความขี้เกียจเพิ่มมากขึ้น แต่รู้หรือไม่ว่า การนอนเยอะ ๆ จะทำให้คุณนั้นมีแรงเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม และทำให้อวัยวะต่าง ๆ ทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น หากใครที่อยู่ในช่วงลดน้ำหนักแล้วละก็จะยิ่งมีประสิทธิภาพในการเบิร์นไขมันที่อยู่ในร่างกายได้มากยิ่งขึ้น

 

สนับสนุนโดย    สมัครเว็บ ufabet

0 Comments
Read Full

การลดน้ำหนักผิดวิธี นอกจากจะไม่ทำให้ผอมยังทำให้อ้วนขึ้นเท่าตัว

ในการลดน้ำหนักนั้นถ้าหากว่าเราลดแบบผิดวิธีโดยไม่ว่าจะเป้นการทานยาเพื่อเป็นการลดความอ้วน หรือว่าการลดแบบอดอาหาร เพื่อเป็นการทำให้ตัวเลขที่อยู่บนด้านบนของตาชั่งนั้นลดลงได้จริง แต่ว่าการลดเช่นนี้จะทำให้ใบหน้าของเรานั้นตอบ และหน้าอกของเราจะเล็กลง

จะเป็นการทำให้ทุกส่วนของร่างกายของเราเล็กลงไปได้ แต่ว่าพุงของเรานั้นไม่ได้ยุบลงไปด้วยนะ ซึ่งมันอาจจะอยู่เหมือนเช่นเดิม ซึ่งก็ยังมีอีกหลายต่อหลายคนที่กินยาเพื่อลดความอ้วนแล้วส่งผลเป็นนิ่วที่ไต จนต้องเข้าโรงพยาบาลก็ได้ 

หรือในบางคนก็เป็นการออกกำลังกายแบบผิดวิธี ซึ่งเราจะเห็นได้จากคนส่วนใหญ่มีการหักโหมในการออกกำลังกายมากจนเกินความจำเป็นยกตัวอย่างเช่น ในการเล่นเวทเทรนนิ่ง และก็เล่นต่อด้วยการเล่นแบบคาดิโอเลย โดยเล่นนานประมาณหนึ่ง- สองชั่วโมง จากนั้นก็ออกกำลังกายมาก โดยออก 6 วันต่ออาทิตย์

คุณทราบหรือไม่ว่าการทำเช่นนี้จะส่งผลก่อให้เกิดร่างกายที่เครียดจนเกินไป และนอกจากนั้นร่างกายยังจะไม่ดึงไขมันออกมาใช้แทนพลังานอีกด้วยนะ ซึ่งพอไปบวกเข้ากับการทานอาหารที่น้อยจนเกินไป มันก็จะเท่ากับว่าร่างกายของเรานั้นมันจะขาดสารอาหารที่จำเป็นโดยเฉพาะสารอาหารจำพวกโปรตีน

นั่นจึงทำให้ร่างกายสูญเสียมวลกล้ามเนื้อมากยิ่งขึ้น ซึ่งเราจะดูผอมนะแต่ว่าอันที่จริงส่วนของพุงเราก็จะอยู่เหมือนเดิม ดังนั้นการทานอาหารเพื่อพอเหมาะก็เพราะว่าร่างกายของเราจะได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน นอกจากนั้นในการออกกำลังกายที่เหมาะสมก็จะเป็นการทำให้เราลดความอ้วนแบบถูกวิธีและมีสุขภาพที่ดีขึ้น

สำหรับคนที่ผอมอยู่แล้วแต่ว่าตนเองนั้นลงพุง ต้องการทราบว่าควรจะทำแบบไหน ซ฿งก่อนอื่นเราขอแนะนำว่าคุณควรที่จะออกกำลังกาย เพิ่มมากขึ้นและควรที่จะออกแบบสม่ำเสมออีกด้วย ซึ่งคุณควรที่จะเริ่มต้นในการออกกำลังกายชนิดเวทเทรนนิ่ง ที่ใช้น้ำหนักและก็มีแรงต้านมากขึ้นเรื่อยๆ

โดยการทำเช่นนี้จะเป็นการกระตุ้นร่างกายสร้างมวลกล้ามเนื้อ ซึ่งมวลกล้ามเนื้อก็จะเข้ามาช่วยในการเผาผลาญจากนั้นก็ไปแทนที่ไขมันที่อยู่บริเวณพุงนั่นเอง โดยในการเล่นเวทเทรนนิ่งจะต้องบริหารไปทั้งตัว เราไม่ควรที่จะบริหารเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งเท่านั้น 

การเล่นเวทเทรนนิ่งเราอาจจะเข้าไปเล่นที่ฟิตเนต หรือว่าเราอาจจะซื้อดัมเบลเพื่อมาใช้ เราควรที่จะเริ่มต้นง่ายๆไปก่อน ส่วนทางด้านคาดิโอในการเผาผลาญน้ำหนักที่พุงนั้นควรเล่นแบบฮิตหรือไฮเอนนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    gclub ฝาก ขั้นต่ำ 20

0 Comments
Read Full

สัญญาณเตือนที่จะเป็นตัวบ่งบอกว่าคุณอาจจะเป้นโรคหัวใจ

หลายคนได้บอกว่าดิฉันมีอาการแบบโน้นแบบนี้แน่นหน้าอกอย่างนี้ดิฉันจะเป็นโรคหัวใจหรือเปล่าก็ต้องบอกแบบนี้ว่า คนมีอาการโรคหัวใจแล้วไม่ทราบว่าตัวเองเป็นโรคหัวใจแล้วและปล่อยทิ้งเอาไว้นานทำให้เกิดหัวใจวายได้เลยทีเดียว 

ดังนั้นการสังเกตอาการของตัวเองนั้นถือได้ว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากเดี๋ยวเรามาดูไปพร้อมๆกันเลยว่าสัญญาณที่จะบอกว่าเราอาจจะเป็นโรคหัวใจแล้วมีอะไรบ้างถ้ามีอาการเหล่านี้ให้คนรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษาต่อไปก่อนอื่นเลย

เรามาทำความรู้จักหัวใจก่อนถือเป็นอวัยวะสำคัญอย่างหนึ่งที่อยู่ภายในร่างกายของเราของหัวใจก็ประมาณ 1 กำปั้นของเราของมันก็จะอยู่ตรงบริเวณกลางอกหรือว่าอยู่ไปทางซ้ายเล็กน้อยหน้าที่ของหัวใจคือการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย

นอกจากนี้ยังมีการส่งเลือดผ่านไปยังที่ปอดเพื่อทำการฟอกเลือดต้องบอกเลยว่าหัวใจของเรานั้นถือได้ว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากเลยทีเดียวถ้าหัวใจของเราทำงานผิดปกติไปหัวใจของเราเสื่อมไปอาจจะมีผลเสียต่อร่างกายอย่างแน่นอน 

เพราะฉะนั้นแล้วการที่เราจะต้องสังเกตอาการสังเกตสัญญาณเป็นสัญญาณเตือนว่าหัวใจของเราทำงานผิดปกติหรือเปล่านั้นเป็นเรื่องสำคัญเลยทีเดียวดังนั้นเราก็เลยจะมาแนะนำสัญญาณเตือนพี่อาจจะเป็นตัวบ่งบอกว่าคุณอาจจะเป็นโรคหัวใจแล้ว

สัญญาณที่จะเตือนก็คืออาการ เหนื่อย หัวใจของเราทำงานผิดปกติไปจะทำให้หน้าที่ในการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆได้น้อยลงส่งผลทำให้ร่างกายของเราเหนื่อยมากขึ้นหลายคนเกิดความสงสัยแล้วอาการเหนื่อยจะต้องสังเกตยังไงว่าเราเหนื่อย 

โดยสังเกตง่ายๆว่าเวลาที่เราทำกิจกรรมอะไรในทุกๆวันเราก็สามารถทำได้ตามปกติแต่ถ้าวันไหนที่เราทำกิจกรรมของเราเดิมๆแล้วมีอาการเหนื่อยมากขึ้นคำว่าเหนื่อยในที่นี้หมายความว่าหอบให้คิดว่าเราวิ่งรอบสนามบอล 1-2 รอบเวลาพูดออกมาแล้วจับเป็นประโยคไม่ได้ตรงนี้เป็นนิยามของคำว่าเหนื่อย

นอกจากนี้โดยปกติในแต่ละวันเราอาจจะขึ้นบันได2ชั้นสบายๆแต่วันดีคืนดีทำไมถึงบันไดสองชั้นต้องมานั่งหอบประมาณ10-15นาทีเลยอันนี้ก็จะเป็นตัวสัญญาณหนึ่งแล้วบางคนเวลาเป็นมากขึ้นเรื่อยๆเวลาทำกิจกรรมประจำวันก็เหนื่อยแล้วอย่างเช่นเดินเข้าห้องน้ำหยิบขันน้ำขึ้นมาก็มีความรู้สึกเหนื่อยมากแล้วอันนี้อาจจะบ่งบอกได้ว่าคนเป็นโรคหัวใจมากแล้วดังนั้นถ้าใครมีอาการเหนื่อยมากแบบผิดปกติ ให้รีบไปพบแพทย์อย่าลีรอเพราะคุณอาจจะเป็นโรคหัวใจแล้ว

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  sa gaming สมัครยังไง

0 Comments
Read Full

โรคที่มาพร้อมกับความอ้วน

สมัยปัจจุบันนี้มีคนจำนวนไม่น้อย ที่มีน้ำหนักเกินกว่ามาตรฐาน หรือที่เรียกกันว่า คนอ้วน นั่นเอง โดยเฉพาะกับผู้หญิงอย่างเราๆ รู้หรือไม่ว่า การที่เรามีน้ำหนักตัวเยอะ หรืออ้วน อาจจะทำให้เราเสียความมั่นใจในตัวเอง

ใกล้าที่จะเปิดเผยรูปร่างตนเอง แต่สมัยนี้เชื่อหลาย ๆ คนก็คงไม่มีความคิดแบบนั้นแล้ว หรือไม่ได้ใส่ใจเลยก็มี เพราะคิดว่ามันเป็นเพียงรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าเราจะไม่แคร์สายตาผู้อื่นเกี่ยวกับน้ำหนักตนเอง

แต่เราควรที่จะแคร์สุขภาพร่างกายของตนเองบ้าง เพราะหากปล่อยละเลยไป อาจมีความเสียงต่อการเสียสุขภาพ หรืออาจเกิดโรคร้ายขึ้นก็ได้

ดังนั้น หากคุณมีน้ำหนักที่เกินกว่ามาตรฐาน คุณควรที่จะเข้ารับการตรวจสุขภาพอยู่เสมอ เพื่อความสบายใจของตนเอง อย่างไรก็ตาม วันนี้เราจึงได้ยกตัวอย่างโรคที่อาจเกิดขึ้นได้กับคนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานมาฝากกัน จะมีโรคอะไรกันบ้าง ไปดูกันเลย 

โรคข้อเสื่อม ชื่อโรคก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นโรคข้อเสื่อม ซึ่งแน่นอนว่าต้องเกิดขึ้นกับคนที่มีน้ำหนักเยอะ หรือคนอ้วนนั่นเอง โดยข้อต่าง ๆ ของร่างกายเราจะทำหน้าที่รับน้ำหนักของร่างกาย หากเรามีน้ำหนักเยอะ ข้อต่าง ๆ

ก็จะทำหน้าที่หนักเกินไป จึงอาจก่อให้เกิดโรคข้อเสื่อมขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็น ข้อเข่าเสื่อม สะโพกเสื่อม หรือข้ออื่น ๆ ที่ทำหน้าที่รับน้ำหนัก อย่างไรก็ตาม หากมีแรงกดทับข้อต่อกระดูก อาจจะทำให้รู้สึกปวด และอาจทำให้เกิดโรคข้อเสื่อมได้

โรคเบาหวาน ผู้ที่เป็นโรคอ้วนหรือน้ำหนักเกินมาตรฐานนี้ส่วนใหญ่แล้วมักจะพบว่า อินซูลินที่หลั่งออกมาจากตับอ่อนนั้นทำให้ออกฤทธิ์ได้ไม่ดีเท่ากับคนปกติทั่วไป จึงส่งผลทำให้ร่างกายเกิดภาวการณ์ดื้ออินซูลินขึ้น

ทำให้ร่างกายไม่ตอบสนองต่ออินซูลิน และส่งผลทำให้เกิดไขมันในเลือดนั้นเพิ่มสูงขึ้น จึงทำให้ผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ ได้ง่าย ดังนั้น โรคเบาหวานจึงเป็นโรคที่สามารถพบได้ในผู้ที่มีน้ำหนักเยอะนั่นเอง

ปัญหาสุขภาพอื่น ๆ นอกจากโรคข้างต้นแล้ว ปัญหาใหญ่ของคนที่มีน้ำหนักตัวเยอะ คือ ปัญหาโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ตามมา ซึ่งสามารถเกิดโรคได้ง่ายกว่าคนปกติทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น อาการปวดหลัง ปวดข้อต่าง ๆ นิ่วในถุงน้ำดี ความดันหลอดเลือด หรือโรคอื่น ๆ

ที่สามารถเสี่ยงต่อการแทรกซ้อน นอกจากนี้นี้แล้วยังอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่เกี่ยวกับสุขภาพจิตได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าเราจะไม่ค่อยสนใจสายตาคนอื่นที่มองเราเป็นคนอ้วน ถึงแม้ว่าเราจะภูมิใจในร่างกายตนเองมากแค่ไหน

ปัญหาเรื่องสุขภาพของตนเองก็ไม่ควรมองข้าม เพราะโรคสมัยนี้มันร้ายแรงกกว่าที่คุณคิด ทั้งนี้ ก็ควรรับประทานอาหารที่ประโยชน์ต่อร่างกาย ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพร่างกายที่ดีและเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวคุณเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    บาคาร่า sa gaming

0 Comments
Read Full