Month: กันยายน 2020

การดูแลตนเองเมื่อป่วย

เนื่องจากในสังคมยุคนี้คนไทยถือว่ามีภูมิคุ้มกันร่างกายกันที่ต่ำมาก จากสถิติที่ผ่านมาพบว่าคนไทยมีอาการเจ็บป่วยจำนวนมาก ทั้งอาการป่วยที่ไม่รุนแรงจนไปถึงอาการป่วยที่รุนแรง โดยอาการเจ็บป่วยเหล่านี้เกิดขึ้นได้เนื่องจาก สภาพอากาศที่เปลี่ยนไปมลภาวะทางอากาศของในยุคนี้รวมถึงการดูแลตนเองที่ไม่ถูกสุขอนามัยนั่นเอง

และเมื่อมีอาการป่วยสิ่งที่ตามมาคือสามารถแพร่เชื้อโรคอาการป่วยให้กับผู้อื่นได้และเกิดการติดต่อได้ ระหว่างคนใกล้ชิดได้ ดังนั้นหากเกิดอาการเจ็บป่วยแล้วนั้นควรปฏิบัติตนให้ถูกต้องเพื่อลดการแพร่เชื้อหรือเกิดเป็นการติดต่อสู่ผู้อื่นได้ 

การดูแลตนเองเมื่อเกิดอาการเจ็บป่วย เมื่อพบว่าตนเองป่วยแล้วนั้นสิ่งแรกที่ควรทำคือ การพาตัวเองไปพบแพทย์หรือปรึกษาแพทย์ว่าเรากำลังเป็นอะไร ซึ่งในตอนแรกแพทย์อาจจะไม่ได้ทราบแน่ชัดว่าอาการป่วยนี้มีสาเหตุเกิดมาจากอะไรและยังไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าเป็นโรคอะไรที่ร้ายแรงหรือไม่

เพราะอาการป่วยบางชนิดต้ออาศัยเวลาหรือรอเวลาที่จะรู้ว่าเป็นอะไรหรือหากจะรู้ได้ต้องทำการเจาะเลือด ซึ่งถ้าไม่มีอาการที่รุนแรงมากนัก แพทย์จะไม่ค่อยเจาะเลือด และจะให้ยากลับไปกินที่บ้านแค่นั้น สิ่งที่ควรทำหลังจากการหาหมอแล้วนั้นคือการกักตัวเองจากผู้อื่นเพื่อรอดูอาการป่วยนั้นหรือตรวจสอบว่าคนเองเป็นโรคอะไรที่ร้ายแรงหรือเปล่า

การไม่ไปเจอผู้อื่นนั้นทำให้ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคติดต่อได้ และเมื่อมีการกักตัวแล้วสิ่งต่อมาคือการทำตัวเองให้ไม่ไห้ป่วย งงใช่ไหมว่าการทำตัวเองไม่ให้ป่วยคืออะไร ก็ป่วยอยู่นี่ การทำตัวเองไม่ให้ป่วยคือ การทำให้จิตใจมีกำลังใจที่ดีและร่างกายที่แข็งแรง

หากเราไม่ทำให้จิตใจดีหรือไม่ทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้วนั้น อาการป่วยจะรุนแรงมากขึ้นเพราะไม่มีสิ่งที่ช่วยต่อต้านอาการป่วยนั้น ต่อมาคือการรับประมานอาหารที่ดีสดใหม่เสมอ หากร่างกายได้รับสารอาหารที่ดีแล้วนั้นร่างกายก็จะแข็งแรง

เพราะเนื่องจากอาหารที่ดีมีประโยชน์จะไปช่วยซ่อมบำรุงส่วนที่ซึกหลอของร่างกายนั่นเองและดื่มน้ำเยอะขึ้นจากเดิม น้ำสามารถไปช่วยปรับอุณหภูมิในร่างกายได้ การรับประทานยาถือเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพราะการรับประทานยานั้นสามารถช่วยลดอาการเจ็บป่วยต่างๆได้ 

ดังนั้นแล้วหากปฏิบัติตนตามข้างต้นที่กล่าวมา เชื่อว่าผู้ป่วยสามารถรักษาตัวเองได้และไม่เป็นภาระต่อสังคมและผู้อื่นด้วย และเมื่อหายขาดจากอาการป่วยแล้วนั้น ควรปฏิบัติตนให้ห่างไกลเชื้อโรคนอกกจากอากาศที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้วนั้น ควรที่จะล้างมือบ่อยๆด้วย เพราะบางครั้งอาการเจ็บป่วยนี้ ก็มาจากการที่เราไม่ได้ล้างมือและใช้มือในการหยิบขับสิ่งต่างๆด้วย 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  วิธีเล่นบาคาร่า ufabet

0 Comments
Read Full

วิธีการลดน้ำหนักและหน้าท้องที่แบนราบ 

วิธีเป็นวิธีที่ต้องทำตอนตื่นนอนมาแล้วทำเลยเพราะว่าเป็นสูตรธรรมชาติและก็ยังทำให้หน้าท้องของเรานั้นแบนราบอีกด้วยเรานั้นเชื่อว่าหลายคนนั้นคงเคยได้ยินคำว่าดีท็อกกันมาแล้วแต่ว่าจะทำอย่างไรหรือว่าแบบไหนนั้น

ให้เรานั้นมาบอกวิธีการทำและสูตรการทำอีกด้วยเพราะว่าเรานั้นจะได้ทั้งการลดน้ำหนัดแบบธรรมชาติและการดีท็อกลำไส้ด้วยซึ่งการทำนั้นเรานั้นสามารถทำเองอยู่กับบ้านได้

สูตรที่ 1 นมสด +กล้วยน้ำหว้า 

ให้เรานั้นใช้นมสดรสจืด 2 กล่องกับกล้วยน้ำหว้าสองลูก จากนั้นเราก็กินทั้งสองอย่างพร้อมกันหรือว่าเรานั้นจะสะดวกแบบว่าเอาทั้งสองอย่างนั้นมาปั่นแล้วก็กินก็ได้แต่สูตรนี้ต้องบอกก่อนว่าตื่นนอนมากินเลย ให้กินแบบนี้ติดต่อกัน เมื่อกินได้ประมาณสามวันนั้นจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเริ่มจากที่เรานั้นถ่ายเป็นเวลา  

สูตรที่ 2 น้ำเปล่า + เม็ดแมลงลัก  

เริ่มจากที่เรานั้นเอาน้ำต้มสุก หนึ่งแก้วใส่เม็ดแมลงลัก 2 ช้อนชา ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีเพื่อที่จะรอให้เม็ดแมลงลักนั้นบานจากนั้นเราก็ดื่มกินเลยค่ะแต่ว่าสูตรนี้เราแนะนำให้กินก่อนนอนเพราะว่าแมลงลักมีใยอาหารที่สูง จึงช่วยในการขับถ่ายได้ดี รวมไปถึงช่วยขับสิ่งตกค้างที่อยู่ในกระเพาะอาหารของเราด้วยทำให้พุงของเรานั้นยุบ เบาตัวเลยละค่ะ 

สูตรที่สาม  น้ำเปล่า + มะนาว +เกลือ 

สูตรนี้ให้เรานั้นเอาน้ำเปล่าจำนวนหนึ่งลิตร  มะนาวสองลูก  เกลือสองช้อนชา นำมาผสมให้เข้ากัน จากนั้นเราก็ทำการดื่มให้หมดภายในยี่สิบนาที เมื่อที่เรานั้นเสร็จเรานั้นอยากจะเข้าห้องน้ำทันทีดังนั้นเราจะแนะนำว่าสูตรนี้ให้ทำตอนอยู่ที่บ้านไม่ได้ออกไปไหนนะค่ะ เพราะว่าสูตรนี้จะช่วยผลักของเสียที่อยู่ในลำไส้ออกมาจนหมด ดังนั้นนะค่ะเราควรที่จะทำอาทิตย์ละครั้งพอไม่ควรทำทุกวัน

สูตรที่ 4  โยเกิร์ต+ นมสด + น้ำผึ้ง + มะนาว 

ให้เรานั้นใช้โยเกิร์ตรสธรรมชาติหนึ่งถ้วย  นมสดรสจืด 100% หนึ่งกล่อง น้ำผึ้งหนึ่งช้อนชา และน้ำมะนาวครึ่งลูก นำทุกอย่างนั้นมาผสมกันให้เข้ากันจากนั้นเราก็กินทันที ไม่ควรที่จะวางทิ้งไว้นานเพราะว่าส่วนผสมจะแยกชั้นกันจนเสียดื่มตอนเช้าหลังจากที่เรานั้นตื่นนอนมาใหม่ๆเป็นการกระตุ้นลำไส้ ให้ทำงาน บริหารระบบขับถ่ายได้เป็นอย่างดี 

ยังไงก็ลองเอาไปลองทำดูนะ ได้ทั้งลดน้ำหนักและยังได้ดีท็อกลำไส้อีกด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  sagame

0 Comments
Read Full

อาการท้องผูก ทำให้ท้องเราบวมจริงหรือ

คุณนั้นเคยรู้สึกไหมว่าการที่เรานั้นไม่ได้ถ่ายหรือว่าเข้าห้องน้ำเป็นเวลาที่นานๆนั้นจะทำให้เรานั้นรู้สึกว่าเรานั้นแน่นท้อง  รู้สึกได้ว่าเรานั้นมีอาการที่เรานั้นสบายตัว  แถมยังมีพุงนั้นออกมาอีกด้วย

จนทำให้เรานั้นกลายมาเป็นคนที่ท้องผูกโดยที่เรานั้นไม่รู้ตัวเมื่อมีอาการท้องผูกแน่นท้องมันเกิดจากตัวของเรานั่นเองเพราะว่าเรานั้นกินอาหารที่ไม่มีกากใยของอาหารและก็เป็นคนที่ไม่ค่อยกินน้ำและก็ไม่ขยับตัว 

จึงทำให้เรานั้นมีอาการท้องผูกหรือว่าเรานั้นได้กินยาบางตัวบางชนิดที่ทำให้ท้องของเรานั้นผูกก็เป็นไปได้  ที่เรานั้นพบได้บ่อยนั้นเกิดจากเรานั้นขาดแคลเซียม  ธาตุเหล็ก หรือว่าเกิดจากโรคประจำตัวบางอย่าง นอกจากนี้แล้วนั้นยังเกิดจากความผิดปกติของลำไส้  หรือว่ามะเร็งลำไส้   

การขับถ่ายที่ดีควรเป็นอย่างไร คือการที่เรานั้นขับถ่ายไม่เกิน 3 ครั้งต่อวันและต่อสัปดาห์ โดยลักษณะของอุจจาระต้องปกติ  ไม่เหลว  หรือว่าแข็งเกินไป 

ถ้าเรานั้นไม่ขับถ่ายทุกวันนั้นเป็นเรื่องที่เราคิดว่าปกติอยู่หรือเปล่า  การที่เรานั้นไม่ขับถ่ายทุกวันหรือว่าวันเว้นวันไม่เป็นเรื่องที่ผิดปกติถ้าอึของเรานั้นไม่แข็ง หรือว่าเป็นเม็ดๆๆ

ถ้าเรานั้นอยากที่จะให้เรานั้นกลับมามีการขับถ่ายแบบปกตินั้นเราต้องทำอย่างไร 

  • เรานั้นต้องกินอาหารที่มีกากใยอาหารนั้นมากๆ  อย่างเช่น  ผักและผลไม้  
  • ควรที่ดื่มน้ำนั้นให้มากๆหรือว่าอย่างน้อยนั้น 8แก้วต่อวัน  
  • เรานั้นควรที่จะฝึกถ่ายให้เป็นเวลาเพื่อที่ร่างกายนั้นจะได้ปรับสภาพในการที่เรานั้นจะได้เข้าน้ำในเวลาตอนเช้า
  • ให้เรานั้นรู้จักออกกำลังกายบ้าง

ที่เรานั้นเขียนมาบอกนั้นเพื่อที่จะให้คุณนั้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองเพราะว่าการที่เรานั้นไม่กินผักหรือว่าไม่ค่อยที่จะกินน้ำนั้นเป็นเรื่องที่ทำให้เรานั้นท้องผูกและเมื่อเรานั้นเปลี่ยนพฤติกรรมสิ่งเหล่านี้นั้นอาจจะช่วยให้เรานั้นไม่ค่อยมีอาการท้องผูกนั้นอีกก็ได้

แต่ถ้าเรานั้นลองที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมดูแล้วแต่ว่ามีอาการอย่างอื่นนั้นร่วมด้วยอย่างเช่นเรามีอาการที่เรานั้นปวดท้อง  เมื่อเรานั้นถ่ายออกมนั้นมีเลือดนั้นออกมาด้วย  ผอมลง  น้ำหนักของเรานั้นลดลง  ถ้าเป็นอย่างที่เราได้บอกไปนั้นให้เรานั้นควรที่จะไปปรึกษาแพทย์  เพื่อที่จะได้ดูความผิดปกติของลำไส้  หรือว่าให้แพทย์นั้นส่องกล้อง

 

ได้รับการสนับสนุนเรื่องราวโดย  aesexy

0 Comments
Read Full