หมวดหมู่: สุขภาพ

ฉีดวัคซีนเป็นอัมพฤกษ์จริงหรือไม่?

ฉีดวัคซีนเป็นอัมพฤกษ์จริงหรือไม่?

โดยเมื่อวานได้มีรายงานเกิดเหตุมีรายงานทางการแพทย์ว่ามีผู้ประกอบวิชาชีพหลายท่านเลย6ท่านเกิดอาการคล้ายกับเป็นสโตรกก็คืออัมพฤกษ์6รายเลยทีเดียวในช่วงใกล้ๆกันก็เลยทำให้ผู้คนตกใจกันเลยว่าเกี่ยวข้องกับวัคซีนหรือเปล่าขอเท้าความเดิมนิดนึง

โรคลิ่มเลือดอุตันต่างๆที่เราได้ข่าวมาโดยตลอดไม่ได้เกิดขึ้นกับวัคซีนซิโนแวคตอนนี้ในประเทศเรามีวัคซีน2ชนิดก็คือแอสตร้าเซนเนก้า กับ ซิโนแวค ที่กำลังจะฉีดหรือที่ฉีดไปแล้วที่เกิดลิ่มเลือดอุตันโดยส่วนใหญ่ที่ได้รายงานทั่วโลกจนทางแดเดนมาร์กยกเลิกการใช้แอสตร้าเซนเนก้าทางอเมริกายกเลิกการใช้จอนสันแอนด์จอนสันบางส่วนชั่วคราว

ซึ่งได้ทำให้ทางยุโรปได้ยกเลิกในการต่อสัญญากับแอสตร้าเซนเนก้า

เหตุผลก็เพราะว่าเกิดลิ่มเลือดอุตันเป็นลิ่มเลือดอุตันเกิดอาการคล้ายๆอัมพฤกษ์ถ้าไปอุตันที่สมองก็เป็นอัมพฤกษ์อุตันที่ปอดก็เป็นปอดเส้นเลือดดำที่เป็นปอดอุกั้นก็๕อเกิดลิ่มเลือดที่เกี่ยวข้องกับวัคซีนอยู่2บริษัทที่รายงานทั่วโลกก็คือแอสตร้าเซนเนก้ากับจอนสันแอนด์จอนสัน

โดยทั้งสองวัคซีนตัวนี้เป้นวัคซีนที่ผลิตในอันเดียวกันก็คือเอาเชื้อของโคน่าไวรัสโควิดบางส่วนทำให้อ่อนกำลังและนำเอาบางส่วนที่ไม่ก่อโรคเอาไปใส่กับไวรัสอีกตัวนึงแล้วก็ฉีดเข้าไปในคนเพื่อที่ทำให้คนได้ไปรู้จักกันพอคนรู้จักกับโคโรน่าไวรัสร่างกายคนเราก็จะสร้างภูมิคุ้มกันโดยเป็นหลักการของวัคซีน

ซึ่งตรงนี้แหละที่ทำให้เกิดอุตันจนได้มีการหยุดการใช้เป็นการชั่วคราวในบางประเทศในบางโซนอันนี้คือข่าวเก่าแต่ว่าซิโนแวคที่ประเทศเราได้นำเอามาใช้ส่ววนหนึ่งก็อาจจะไม่ได้เยอะหรอกแต่ว่าเอามาใช้ส่วนหนึ่งก็คือซิโนแวคก็เป็นวัคซีนอีกชนิดหนึ่งของจีน

ซิโนแวคเป็นวัคซีนอีกชนิดหนึ่งเลยที่จริงแล้วเป็นเทคนิคเก่าด้วยก็คือเอามาทำให้เชื้อนั้นมีความอ่อนกำลังลงแล้วฉีดเข้าไปในร่างกายเชื่อนั้นที่อ่อนกำลังลงไม่สามารถที่จะไปก่อโรคในคนได้เท่าที่ทราบมายังไม่มีรายงานว่าเกิดลิ่มเลือดอุตันนคนที่ฉีดวัคซีนชนิดนี้ยังไม่มีรายงาน

พอจนมาเกิดเรื่องที่ซิโนแวค6รายที่จังหวัดระยองจริงๆแลววันนี้เกิด1รายที่ลำปางและเกิด1รายที่พระมงกุฎเอาจริงๆโดยกลุ่มแพทย์ก็รู้กันเยอะโดย6รายที่ระยองถ้าใครติดตามดูก็คงจะได้ฟังอาจารย์ท่านหนึ่งได้เล่าอย่างละเอียด

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ฝาก-ถอน ออ โต้ จีคลับ

0 Comments
Read Full

ตารางออกกำลังกายให้เหมาะกับตัวคุณมีตั้งแต่1วันจนถึง6วันต่อสัปดาห์

ซึ่งใน ตารางออกกำลังกาย จะแบ่งออกเป็น3หมวดหมู่คือ Beginer มือใหม่  lntermediate ทั่วไป Advanced มือโปร โดย Beginer มือใหม่  จะฝึกตั้งแต่1-2วันต่อสัปดาห์  lntermediate ทั่วไป จะอยู่ที่3-4วันต่อสัปดาห์ ส่วน Advanced มือโปรจะอยู่ที่5-6วันต่อสัปดาห์

เราสามารถที่จะเริ่มได้ทุกคน1-2วันต่อสัปดาห์

เราขอเริ่มจากคนที่มีเวลา1วันต่อสัปดาห์สำหรับในการออกำลังกายก่อนเราจะเล่นทุกส่วนของร่างกายคุณจะต้องมั่นใจด้วยว่าคุณฝึกทุกมัดกล้ามเนื้อนั่นเอง เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อให้อยู่ในระดับเดิมและมีสุขภาพที่ดี

ดังนั้นเราเลยจะเน้นไปที่กล้ามเนื้อมัด อก  หลัง ไหล่ ขา ท้อง โดยเป็น5ส่วนที่คุณต้องมั่นใจด้วยว่าคุณฝึกให้ครบทุกมัดกล้ามเนื้อนั่นเองแต่ถ้าจะให้ดีคุณควรฝึก2วันต่อสัปดาห์เพราะการฝึก2วันต่อสัปดาห์หมายความว่าคุณจะฝึกได้มมัดนึง2ครั้งต่อสัปดาห์เป็นการแบ่งTota body ฝึกทั้งตัว และเว้นระยะห่าง

เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูยกตัวอย่างเช่นฝึกวันจันทร์พักแล้ว

ไปฝึกอีกทีในวันพฤหัสนั่นเองก็จะทำให้ตารางของคุณนั้นมีประสิทธิภาพมากกว่า1วันอย่างแน่นอน แต่ถ้าคุณมเวลามากกว่านั้นก็จะให้คุณฝึก3-4วันต่อสัปดาห์

ก็เป็นโปรแกมที่คนส่วนใหญ่เขาฝึกกันนั่นเองแต่การวางโปรแกมนั้นก็จะต่างกับ1-2วันคือเราจะแบ่งUPPER / LOWERเราก็จะทำแบบนี้เพื่อที่ว่าเราจะได้ฝึกช่วงบนให้ได้เต็มที่แล้วช่วงล่างให้ได้เต็มที่

เพราะฉะนั้นแล้วยกตัวอย่าง3วันต่อสัปดาห์

คุณอาจจะแบ่งเป็นวันเว้นวันก็ได้UPPERวันนึง LOWERวันนึงก็เป็นการเน้นช่วงบนสำหรับพวกผู้ชายที่อยากจะมีช่วงบนที่ใหญ่แต่ผู้หยิงก็จะเน้นช่วงล่างก็อาจจะเป็นLOWER UPPER LOWER นั่นเอง

แต่ถ้าจะให้ดีเลยเราแนะนำให้เป็น4วันต่อสัปดาห์ยิ่งดีไปกว่านั้นจริงๆการออกกำลังกายยิ่งมากก็ยิ่งดีหลายคนอาจจะมีคำถามว่าการที่เราแบ่งตารางเป็น อก หลัง ไหล่ ขา อะไรแบบนี้จะดีกว่าไหมแต่เรายึดหลักของงานวิจัยที่เขาได้บอกเอาไว้ว่า

ฝึกมัดละ2ครั้งต่อสัปดาห์มันจะเป็นการสร้างกล้ามเนื้อได้ดีที่สุกโดยการวางโปรแกมUPPER กับ LOWER แบบนี้มันก็จะดีกว่า ส่วนตาราง5-6วันต่อสัปดาห์สำหรับคนที่อยากจะออกกำลังกายอย่างจริงจังอยากจะเห็นผลเร็วซึ่งคุณสามารถนำเอาโปรแกมนี้ 

สำหรับตาราง5วันคือ Push Pull Lower Push Pullนั่นเองมันเป็นการอัพและถ้าใครอยากจะเน้นต้องมั่นใจด้วยว่าใน5วันนั้นซ้ำมันจะทำให้การพัฒนาช่วงล่างของคุณได้ดีขึ้นนั่นเอง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  ufabet เว็บแม่

0 Comments
Read Full

ทางเลือกสุขภาพ อาหารเสิรมที่เหมาะสมกับคนวัยชรา

อาหารเสริม ขึ้นชื่อว่าเป็นของกินที่ช่วยเสริมเติมขึ้นมาจากของกินธรรมดา อาหารเสิรมที่เหมาะสมกับคนวัยชรา ที่พวกเราจำต้องรับประทานอาหารเสริมก็เพื่อชดเชยสารอาหารบางสิ่งบางอย่างที่พวกเราบางทีก็อาจจะขาด หรือได้รับไม่พอจากของกินมื้อธรรมดาที่พวกเรารับประทานอยู่แต่ละวัน รวมทั้งในบางบุคคลที่ร่างกายไม่ปกติกระทั่งทำให้พวกเราได้รับสารอาหารบางสิ่งบางอย่างน้อยกว่าคนอื่น ๆ  ที่มีสุขภาพเกี่ยวกับร่างกายที่แข็งแรง

แต่ว่าสำหรับคนวัยชรา ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย ครั้งคราวเมื่อความชรามาเยือนความเหนื่อยหน่ายของกินก็มักถามหาเช่นกัน เนื่องจากฮอร์โมนต่าง ๆ ภายในร่างกายมีการเปลี่ยน อาหารเสริมก็เลยเป็นช่องทางที่เหมาะสมกับหมู่คนวัยชรา เพื่อชดเชยสารอาหารอะไรบางอย่างที่ไม่อาจจะกินได้จากของกินหลักนั่นเอง

คำแนะนำสำหรับในการกินอาหารมื้อหลักที่คนสูงอายุควรจะทำ อาหารเสิรมที่เหมาะสมกับคนวัยชรา เพื่อสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง 

– ทานอาหารให้ตรงเวลาเป็นประจำ ไม่งดเว้นของกินมื้อใดมื้อหนึ่ง

– ทานอาหารที่หลากหลาย ไม่ซ้ำ ๆ ซาก ๆ

– รับประทานอาหารมื้อเล็ก ๆ เพื่อลดปัญหาระบบไม่ย่อย

– ทานอาหารว่างระหว่างมื้อ เพื่อร่างกายได้รับพลังงานที่พอเพียง

– รับประทานอาหารอ่อน บดง่าย กลืนง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ไม่มีฟัน หรือใส่ฟันปลอม

– ลดของกินเค็มจัด เพื่อคุ้มครองความดันเลือดสูง รวมทั้งบวมน้ำ

– ลดของกินทอดกรอบ และก็ของมัน ตัวอย่างเช่น น้ำกะทิ เนยเทียม เนยขาว

ส่วนอาหารเสริมนั้นพวกเราควรที่จะทำการเลือกอาหารเสริมที่สมควรแก่ความอยากได้ของสุขภาพที่เกิดขึ้นกับร่างกายหรืออายุวัย รวมทั้งควรที่จะทำการเลือกอาหารเสริมที่มาจากธรรมชาติ ดังเช่น พวกสมุนไพร จะดีมากกว่าพวกอาหารเสริมสังเคราะห์ เนื่องจากปราศจากสารตกค้างแล้วก็สารเคมีต่าง ๆ ได้

– เห็ดหลินจือแดง

มีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นแนวทางการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งมีหน้าที่ช่วยยั้งการรับเชื้อไวรัส แบคทีเรีย แล้วก็รา ผลจากการกระตุ้นหลักการทำงานของเม็ดเลือดขาวจะไปกระตุ้นให้เซลล์จัดการโรคมะเร็ง ดำเนินงานได้มากขึ้นด้วย นำมาซึ่งการทำให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับเชื้อโรคและก็เซลล์ของโรคมะเร็งได้อย่างยอดเยี่ยม แล้วก็ยังรักษาอาการภูมิแพ้

– โสมแดง

โสมช่วยในเรื่องของสมอง เพราะสารสกัด Ginsenosides บางประเภทจากโสม ส่งผลต่อระบบศูนย์กลางควบคุมความรู้ความเข้าใจ มีผลช่วยปรับปรุงความรู้ความเข้าใจในด้านความจำและก็ช่วยสำหรับเพื่อการบรรเทาของระบบเส้นประสาทที่ดียิ่งขึ้น ช่วยหยุดและก็ลดความเคร่งเครียดในระบบสมองรวมทั้งเพิ่มความจำ

– ถั่งเช่า

มีคุณลักษณะช่วยลดการดูดซึมคอเลสเตอรอล คุ้มครองการเกิดอาการอักเสบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรักษาอาการไตอักเสบ คุ้มครองป้องกันโรคหอบหืด ทำให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นของการบีบตัวของหัวใจ เสริมคุณภาพของกล้ามเนื้อหัวใจ แล้วก็รักษาโรค SLE  

การเอาใจใส่ในสารอาหารที่คนวัยชราได้รับรวมทั้งเปลี่ยนแปลงให้สมควรตามวัยนั้น เป็นเรื่องสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าการที่วัยชราได้รับสารอาหารที่ครบบริบรูณ์เป็นผลดีต่อร่างกายในระยะยาวของคนวัยนี้

 

สนับสนุนโดย.    gclub สล็อตฟรี

0 Comments
Read Full

จริงหรือไม่ หากไม่รับกลิ่น ไม่รับรส เท่ากับสัญญาณการติดเชื้อโควิด-19

สถานการณ์โควิด-19 นั้น ในบางประเทศก็สามารถจัดการได้ดีขึ้น บางประเทศยังไม่สามารถจัดไรได้ดีเท่าที่ควร และบางประเทศก็กลับมาวิกฤตอีกครั้ง โดยเมื่อช่วงแรกที่มีการระบาดของโรคนั้น สัญญาณการติดเชื้อโควิด-19 อาการที่พบก็จะเหมือนหรือคล้ายกับการป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ ทำให้ไม่สามารถระบุได้แน่ ๆ ว่านั่นเป็นอาการของโรคโควิด-19 หรือไม่ ต่อมาไม่นานเชื้อไวรัสโควิด-19 ก็มีการกลายพันธุ์ และผู้ติดเชื้อก็เริ่มมีอาการที่สามารถสังเกตได้ง่ายขึ้น คือ การไม่รับกลิ่น ไม่รับรส

ท่ามกลางเหตุการณ์การระบาดของเชื้อโควิด-19

จากการศึกษาเล่าเรียนจากงานศึกษาวิจัยปัจจุบันที่พิมพ์ในนิตยสารออนไลน์ International Forum of Allergy & Rhinology ในต่างชาติ พบว่า อาการที่เราไม่สามารถรับทราบกลิ่น รวมทั้งการรับทราบรส เป็นหนึ่งในอาการยอดฮิตที่พบบ่อยในคนไข้ติดเชื้อโรคโควิด-19

ลักษณะของอาการดังที่กล่าวผ่านมาแล้วยังถูกจัดอยู่ในคนเจ็บติดเชื้อโรคที่มีลักษณะอาการไม่ร้ายแรงมากมายแล้วก็พบได้ทั่วไปในคนเจ็บที่อายุยังน้อย คนป่วยบางรายอาจมีลักษณะของการปวดท้องและก็เจ็บตาร่วมด้วย ผู้ติดโรคบางทีอาจยังสามารถรับรสได้บ้างบางรส อาทิเช่น รสเค็ม หรือรสหวาน แม้กระนั้นจะไม่อาจจะกำหนดรสที่ถูกต้องได้แน่ ๆ อย่างเห็นได้ชัด

ผลทดลองจากคนเจ็บ COVID-19 ปริมาณ 59 คน

ทีมงานนักวิจัยพบว่า ปริมาณคนเจ็บที่ส่งผลการทดลองโควิด-19 เป็นบวก จะสูญเสียความรู้ความเข้าใจสำหรับในการดมถึง 68% รวมทั้งสูญเสียความรู้ความเข้าใจสำหรับการรู้รสถึง 71% 

เหมือนกับเมืองไทยที่ช่วงวันที่ 6 เดือนเมษายน 2563 ราชวิทยาลัยแห่งหนึ่งในเมืองไทย ซึ่งเป็นหมอด้าน หู คอ จมูก ได้ออกประกาศ ฉบับที่ 3 เรื่อง ข้อเสนอแนะเรื่องอาการสูญเสียการได้กลิ่นในคนไข้โรคติดเชื้อ เชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 บอกว่า ผู้เจ็บป่วยโควิด-19 เจอมีลักษณะอาการสูญเสียการได้กลิ่น ได้ถึง 2 ใน 3 คนเจ็บโควิด-19 เป็นอาการหลักถึงปริมาณร้อยละ 30

เนื่องจากเชื้อไวรัสโควิดก็ได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ตนเองและแพร่กระจายอย่าง หลากหลายในตแต่ละประเทศ ซึ่งในไทยตอนนี้คือ สายพันธุ์เดลต้า ในปัจจุบันนี้อาจไม่สามารถระบุได้ชัดเจนแล้วว่าอาการแบบนี้ติดโควิดหรือเปล่า มีการรายงานเกี่ยวกับผู้ที่ไม่มีอาการอะไรเลย แต่กลับตรวจพบเชื้อโควิด-19 

ฉะนั้น พวกเราสามารถดูแลตนเองให้ไกลห่างจากโควิด-19ได้โดยการ ทำให้ภูมิต้านทานร่างกายของพวกเราให้แข็งแรง อาทิเช่น ไม่เครียด นอนพักให้พอเพียง บริหารร่างกายวันละ 30 นาที ขั้นต่ำอาทิตย์ละ 3 วัน เพื่อร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัสก้าวหน้าเพิ่มขึ้น สวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่ร่วมกับผู้คน หลีกเลี่ยงการพบปะผู้คน เพราะว่าตอนนี้ก็ไม่สามารถไว้ใจใครได้แล้วเช่นกัน

 

สนับสนุนโดย.  sa casino ฟรี300

0 Comments
Read Full

ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน และอาหารอะไรบ้างที่ผู้ป่วยไตไม่ควรกิน

ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน องค์การอนามัยโลก (WHO) แถลงการณ์ว่าตอนนี้มีคนเป็นโรคเบาหวานทั่วทั้งโลกไม่น้อยเลยทีเดียวกว่า 425 ล้านคน แล้วก็มีลักษณะทิศทางมากขึ้นถึง 642 ล้านคนภายในปี พุทธศักราช 2583

จากผลที่ได้รับจากการสำรวจสุขภาพประชากรไทยครั้งปัจจุบันเมื่อปี 2557 พบว่าคนประเทศไทยราว 4.8 ล้านคน ป่วยเป็นโรคเบาหวาน รวมทั้งมีปริมาณมากขึ้นทุกปี

ใครบ้างที่เสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน จากสถิติพบว่า คนที่เป็นโรคเบาหวานจำนวนร้อยละ 50 ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นโรค รวมทั้งคุณอาจเป็นหนึ่งในในนั้น โดยเหตุนั้นการตรวจคัดเลือกกรองโรคจึงเป็นเรื่องสำคัญ แล้วก็เข้ารับการดูแลรักษาอย่างทันทีทันควัน จะช่วยลดความร้ายแรงของอาการเข้าแทรกจากโรคได้

 

บุคคลที่มีโอกาสเสี่ยงต่อเบาหวาน และก็ควรจะได้รับการตรวจคัดกรอง ดังเช่น

– คนที่แก่กว่า 35 ปีขึ้นไป

– คนที่อ้วน (มีค่าค่าดัชนีมวลร่างกายหรือ BMI มากยิ่งกว่า 25) รวมทั้งมีพี่น้องแท้ ๆ ที่เป็นโรคเบาหวาน

– มีโรคความดันเลือดสูง

– ระดับไขมันในเลือดไม่ปกติ

– มีประวัติเป็นโรคเบาหวานขณะมีครรภ์ หรือมีประวัติคลอดเด็กอ่อนน้ำหนักเกิน 4 กก.

– มีโรคหัวใจรวมทั้งเส้นเลือด

– สตรีที่มีภาวการณ์ถุงน้ำรังไข่ (Polycystic Ovary Syndrome)

คนเจ็บโรคไตเป็นจำต้องควบคุมการรับประทานอาหาร รวมทั้งทานอาหาร ตามโภชนาการ การกินเค็มมาก กินบ่อย ๆ จะมีผลทำให้ไตทำงานมากขึ้น เนื่องจากว่าจำต้องขับโซเดียมที่เกินความต้องการใช้งานออก ด้วยเหตุดังกล่าววันนี้พวกเราจะพาทุกคนมารู้จักกับของกินที่คนเจ็บโรคไตควรจะหลบหลีกกัน

ของกินที่คนไข้โรคไตควรจะเลี่ยง

– เนื้อสัตว์ติดมัน

– ไข่แดง

– ขนมปังโฮลวีต รวมทั้งของหวานเบเกอรี่ต่าง ๆ

– หลบหลีกเนื้อสัตว์ดัดแปลง ตัวอย่างเช่น ไส้กรอก กุนเชียง หมูยอ หมูหยอง แหนม ลูกชิ้น ฯลฯ

– อาหารบรรจุกระป๋อง ไม่ว่าจะเป็น ปลากระป๋อง บะหมี่กึ่ง ผลไม้บรรจุกระป๋อง เพราะเหตุว่าจะมียากันบูดแล้วก็จำนวนโซเดียมที่สูงมาก

– ของกินที่มีไขมัน โคเลสเตอรอลสูง ที่ได้จากไขมันอิ่มตัวของพืชรวมทั้งสัตว์ ดังเช่น น้ำกะทิ น้ำมันปาล์ม มันหมู

มันไก่ หมูสามชั้น ไข่พะโล้

– ของกินที่มีพิวรีนสูง เครื่องในสัตว์ทุกประเภท ตับ ไต หัวใจ กึ๋น ฯลฯ

 

ด้วยเหตุนี้คนป่วยโรคไตก็เลยควรต้องดูแลตนเองกระเป็นพิเศษ เลี่ยงของกินที่มีผลทำให้ค่าไตเพิ่มสูงมากขึ้น หมั่นพักผ่อนให้พอเพียง รวมทั้งออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อดูแลรักษาสุขภาพร่างกายโดยตลอด

นอกจากนี้ผู้ที่ไม่อยากเสี่ยงเบาหวานก็เช่นกัน ควรดูแลตนเองด้วยพื้นฐานการดูแลสุขภาพให้ดี ไม่ว่าจะการออกกำลังกาย การนอน การทานอาหารที่มีประโยชน์หลีกเลี่ยงอาหารที่จะแสลงต่อโรค  

 

สนับสนุนโดย.    บาคาร่า sa

0 Comments
Read Full

โรคไข้หวัดนก คืออะไร ทำไมน่ากลัว

โรคไข้หวัดนก เป็นโรคที่มีการค้นพบมาหลายสิบปีแล้ว ซึ่งในช่วงแรก ๆ ก็มีการระบาดในสัตว์ปีก และก็เกิดกันเกือบทุกประเทศ โรคนี้มีต้นเหตุที่เกิดจากการที่ไก่ติดเชื้อไวรัสหวัด avian influenza type A ที่เกิดในนก

เนื่องจากว่าเป็นเชื้อไวรัสที่เกิดขึ้นในบรรดาเหล่าสัตว์ปีกที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน ก็เลยเจ็บป่วยรวมทั้งตาย มนุษย์เราจะติดไข้หวัดนกจากไก่ ยกตัวอย่าง เมื่อไก่ป่วย เราอาจจะติดเมื่อสัมผัสสิ่งต่าง ๆ เกี่ยวกับมัน หรือนำไก่ที่ป่วยมาประกอบอาหาร

แต่ว่าปรุงไม่สุก นอกจากนี้ก็ติดจากกระบวนการที่นำมาประกอบอาหารได้เช่นกัน ในบางครั้งก็อาจจะได้รับเชื้อจากพื้นที่ที่มีการระบาดสูง

– ผู้ที่มีอาการป่วยด้วยหวัดนกส่วนมากจะกำเนิดในผู้ที่ที่มีอาการป่วยด้วยโรคนี้ ราว ๆ จำนวนร้อยละ 60 ของผู้ที่เจ็บไข้จะเสียชีวิต

– การคุ้มครองป้องกันที่สำคัญเป็นการระวังการสัมผัสไก่ที่เจ็บไข้หรือตายโดยไม่รู้ต้นเหตุ 

 

วงจรเชื้อไข้หวัดนก

เป็นไวรัสที่พบแบบธรรมชาติ ซึ่งจะมีการติดต่อในนก โดยเฉพาะอย่างยิ่งนกป่า นกเป็ดน้ำซึ่งจะเป็นพาหะของโรค เชื้อจะอยู่ในไส้โดยที่ตัวนกไม่มีอาการ เมื่อนกป่ากลุ่มนี้ย้ายถิ่นไปก็จะนำเชื้อนั้นไปด้วย เมื่อสัตว์อื่น ได้แก่ไก่ เป็ด หมู หรือสัตว์เลี้ยงอื่นได้รับเชื้อดังกล่าวจะมีอาการสองแบบ ได้แก่

  1. ถ้าหากได้รับเชื้อจำพวกที่ไม่ร้ายแรง สัตว์เลี้ยงนั้นอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีอาการไม่มาก ไม่หนักแล้วก็หายได้เอง
  2. ถ้าเกิดเชื้อที่ได้รับมีความร้ายแรงมาก ก็จะก่อให้เกิดอันตรายต่อสัตว์เลี้ยง โดยจะตายหมดส่วนมากก็ตายได้ใน 2 วัน หลังรับเชื้อ

 

เมื่อนกที่ติดเชื้อไปอยู่ที่ใดก็จะขับถ่ายออกมาตามที่นั้น ๆ ซึ่งเหล่านี้มีเชื้อโรค สัตว์เลี้ยงของเรา ยกตัวอย่าง ไก่เมื่ออยู่บริเวณเดียวกับนกก็จะมีโอกาสได้รับเชื้อจากนกมาทำให้มีการเจ็บป่วย ที่สามารถแพร่สู่คนได้ เมื่อไก่ตายหรือป่วยไข้ก็จะมีการนำไก่พวกนั้นไปบริโภคนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการได้รับเชื้อจากไก่สู่คน นอกจากนี้อาจจะติดเชื้อได้ในระหว่างกระบวนการนำไก่มาประกอบอาหาร เช่น

– การสัมผัสโดยตรง 

– สัมผัสกับอุจจาระของสัตว์ที่เป็นโรค

– พื้นดินที่มีเชื้อโรคอยู่

 

คนที่ป่วยด้วยโรคนี้จะมีลักษณะอาการอะไรบ้าง

อาการที่สำคัญของหวัดนก ได้แก่

– มีไข้ แล้วก็ไอ

– แน่นหน้าอก

– หายใจแรงอ่อนเพลีย

– เจ็บท้อง

– ท้องเสีย

 

อย่างไรก็ตาม เชื้อโรคนั้นมีการพัฒนาตลอดเวลา ทำให้เกิดโรคอุบัติใหม่ได้ขึ้นเรื่อย ๆ และโรคเดิม ๆ ก็อาจเกิดสายพันธุ์ใหม่ ๆ ขึ้นได้ ดังนั้นเราควรดูแลตนเองให้ดีจะเลือกกินอะไรก็ควรพิจารณาถึงความปลอดภัย และสุขอนามัยที่ดี นอกจากนี้ควรบริหาร่างกาย เพื่อสร้างภูมิต้านทานที่แข็งแรงให้กับตนเองอยู่เสมอ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

0 Comments
Read Full

5 ปัญหาของสตรีวัยทอง

เมื่อไปสู่วัยทอง แน่ ๆ ว่าเป็นสิ่งที่เพศหญิงทุกคนไม่สบายใจเป็นอันมาก  ปัญหาของสตรีวัยทอง ไม่ว่าจะคือ ปัญหาด้านที่ เกี่ยวข้องกับ สุขภาพหรือด้านอารมณ์ล้วนมีผลต่อการดำรงชีวิตมากมายเช่นเดียวกัน

วันนี้เราจะมารู้จักกับ ปัญหาของสตรีวัยทอง ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตของวัยทอง เพื่อทราบก่อนพวกเราจะได้พร้อมเตรียมตัวได้อย่างถูกทาง

– อาการช่องคลอดแห้ง

ลักษณะของวัยทองที่จะเกิดขึ้นแน่ ๆ ได้แก่ ภาวการณ์ช่องคลอดแห้ง สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะช่องคลอดจะสั้นรวมทั้งแคบลง ฝาผนังบางลง รวมทั้งต่อมmujสร้างสารหล่อลื่นหดตัว ซึ่งเกิดขึ้นจากฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ในวัยเยาว์จะผลิตสารใสชั้นบาง ๆ

มาฉาบอยู่รอบ ๆ ฝาผนังช่องคลอดซึ่งเมื่อเข้าถึงวัยทองจะมีจำนวนน้อยลง ทำให้ความชื้นของช่องคลอดต่ำลงและไม่ยืดหยุ่น กระตุ้นให้เกิดอาการช่องคลอดแห้งเกิดขึ้นได้

– อาการผิวหนังแห้ง

เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ปฏิบัติภารกิจควบคุมเพื่อรักษาความชื้น ความยืดหยุ่น และก็ความตึงกระชับ เมื่อฮอร์โมนนี้ต่ำลงก็ทำให้มีปัญหาผิวแห้ง คันผิว เหี่ยวย่นแล้วก็มีริ้วรอยเยอะขึ้น บางทีอาจตามมาด้วยฝ้า กระ จุดด่างดำ

– อาการโรคกระดูกพรุน

ถึงวัยหมดระดูการสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนรวมทั้งฮอร์โมนต่าง ๆ ภายในร่างกายก็จะน้อยลง มีผลต่อการปรับตัวของกระดูกไปในทางลบ มีการดึงแคลเซียมในกระดูกมากยิ่งกว่าการสั่งสมหรือการผลิตเพิ่ม เมื่อการผลิตแล้วก็การสลายกระดูกดำเนินงานไม่สมดุลกัน แคลเซียมที่สะสมอยู่ในกระดูกถูกดึงออกมาเรื่อยจนกระทั่งแปลงเป็นโรคกระดูกพรุนได้ง่าย

– อาการนอนไม่หลับ

อาการนอนไม่หลับเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่เสี่ยงต่อสุขภาพได้มากเหมือนกัน นอกเหนือจากนั้นอาการนอนไม่หลับยังไม่ดีต่อการดำรงชีวิตค่อนข้างมาก เมื่อมนุษย์เราแก่ขึ้น จะนอนได้ยากขึ้น เพราะเหตุว่าการผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินต่ำลง ส่วนใหญ่หลับแล้วตื่นเวลาดึก รวมทั้งเมื่อตื่นแล้ว ก็จะหลับต่อไม่ติด กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดอาการอารมณ์เสีย หมดแรง

– อาการร้อนวูบวาบ

อาการร้อนวูบวาบเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากระบบที่คอยควบคุมพวกความร้อน-เย็นภายในร่างกายเสื่อมไปตามวัย อาการร้อนวูบวาบในวัยทองไม่ใช่โรค และไม่นำมาซึ่งอันตรายใด ๆ ก็ตามก็เลยไม่สมควรกังวลเท่าไรนัก เพราะเหตุว่าจะยิ่งทำให้เครียดแล้วก็มีลักษณะเยอะขึ้นเรื่อย ๆ

5 ปัญหาของสตรีวัยทองที่กล่าวมานี้ กล่าวได้ว่าเป็นโรคยอดนิยมก็ว่าได้ เมื่อพวกเราทราบรวมทั้งจัดแจงต่อกรได้ ชีวิตในวัยทองก็ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวต่อไป ซึ่งอาการพวกนี้สามารถรักษาได้ไม่ต้องพึ่งยา หรือการให้ฮอร์โมน แค่เพียงเปลี่ยนแปลงความประพฤติ ย้ำการทานอาหารที่มีประโยชน์บำรุงร่างกาย และก็บริหารร่างกายสม่ำเสมอ

 

สนับสนุนโดย.  Ufabet เข้าสู่ระบบ

0 Comments
Read Full

น้ำอัดลม ดื่มบ่อย ๆ อันตรายกว่าที่คิด

  น้ำอัดลม เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก น้ำอัดลมอันตรายกว่าที่คิด  และเชื่อว่าก็เป็นเครื่องโปรดของใครหลาย ๆ คนอีกด้วย เพราะเครื่องดื่มน้ำอัดลมไม่ว่าจะยี่ห้อไหนก็ตาม จะสามารถให้คสามสดชื่นแก่ร่างกายของได้ไม่มากก็น้อย

ยิ่งถ้าเราเลือกดื่มคู่กับน้ำแข็งยิ่งทำให้เรารู้สึกสดชื่นได้เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังกระหายร้อนได้อีกด้วย เพราะน้ำอัดลมนั้นจัดเป็นเครื่องที่มีรสชาติอร่อย ถูกปากใครหลายคนทั้งยังให้ความสดชื่นแก่ร่างกาย

ปัจจุบันนี้จึงส่งผลให้หลายครัวเรือนหันมาบริโภคน้ำอัดลมกันมากกว่าดื่มน้ำเปล่า ไม่ว่าจะเป็นทั้งน้ำอัดลมกระป๋อง หรือน้ำอัดลมแบบขวด อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าน้ำอัดลมที่เราชอบดื่มกันเป็นประจำจะให้รสชาติที่อร่อย สดชื่น ผ่อนคลาย แต่ในข้อดีข้อน้ำอัดลมนั้น ก็ย่อมมีข้อเสียที่ทุกคนไม่อาจรู้ว่าการที่เราดื่มน้ำอัดลมเข้าไปบ่อย ๆ นั้น

จะส่งผลเสียอย่างไรต่อร่างกายของเรา และววันนี้เราก็จะมายกตัวอย่างว่าการกินน้ำอัดลมนั้น ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายของเราได้มากแค่ไหน หรืออาจส่งผลให้ร่างกายของเราเสี่ยงต่อโรคอะไรได้บ้าง วันนี้เรามีคำตอบค่ะ 

น้ำอัดลมทำให้กระดูกและฟันผุ

เนื่องจากน้ำอัดลมจะมีรสชาติค่อนข้างที่จะหวาน และความหวานนั้นก็เป็นตัวการสำคัญที่ส่งผลทำให้ฟันของเราผุโดยตรง เพราะในน้ำอัดลมจะมีกรดคาร์บอนิก ซึ่งเป็นสารที่เข้าไปทำลายสารเคลือบฟัน จึงทำให้ฟันของเรานั้นเกิดการสึกกร่อนได้ง่าย

ยิ่งถ้าเราดื่มเป็นประจำก็จะยิ่งส่งเสียไปยังสุขภาพกระดูกและฟันของเราได้เป้นอย่างมาก ดังนั้น ทางที่ดีควรหันมาดื่มน้ำเปล่าแทนการดื่มน้ำอัดลม เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดโรคกระดูกพรุน และปัญหาสุขภาพฟันนั่งเอง

น้ำอัดลมทำให้ระบบย่อยอาหารไม่ดี

น้ำอัดลมอันตรายกว่าที่คิด ในน้ำอัดลมจะมีก๊าซที่อาจส่งผลทำให้เราเกิดการท้องอืดได้ง่าย การดื่มน้ำอัดลมในปริมาณที่มากเกินไปต่อวัน อาจส่งผลให้ระบบย่อยอาหารของเรานั้นมีการทำงานที่ไม่เต็มประสิทธิภาพ จนนส่งผลให้เรารู้สึก จุกเสียดท้อง

หรืออาจปวดท้องในบางครั้ง และบางคนโชคร้ายถึงขั้นเป็นโรคกระเพาะเลยก็มี ดังนั้น ถึงแม้ว่าน้ำอัดลมจะช่วยให้ร่างกายของเรารู้สึกสดชื่น แต่ก็ไม่ควรดื่มเยอะจนเกินไป เพราะจะทำให้อาการของโรคต่าง ๆ นั้นเป็นหนักขึ้น

น้ำอัดลมทำให้เป็นโรคหัวใจ

เป็นแกหนึ่งสาเหตุที่มาจากการดื่มน้ำอัดลมเป็นประจำ นั่นก็คือโรคหัวใจ โดยในน้ำอัดลมจะมีน้ำตาลที่อาจเชื่อมโยงกับโอกาสในการเสี่ยงโรคหัวใจหลอดเลือดสูง และยังส่งผลให้ระดับไขมันในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงไปอีกด้วย

ดังนั้น หากใครที่ยังรักสุขภาพ ไม่อยากเป็นโรคตั้งแต่อายุยังน้อย ๆ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำอัดลม และหันมาดื่มน้ำเปล่าเพื่อสุขภาพร่างกายที่ และช่วยลดอัตราการเสี่ยงต่อโรคหัวใจอีกด้วย

สนับสนุนโดย    แจ้งฝาก-ถอน ufabet

0 Comments
Read Full

เคล็ดลับการลดน้ำหนักแบบไม่ต้องงดอาหาร

เคล็ดลับการลดน้ำหนัก ก็คือการที่เรานำเอาไขมันออกจากร่างกายโดยการออกกำลังกาย เพื่อให้เหลือไว้แค่กล้ามเนื้อ การออกกำลังกายอย่างถูกวิธีก็คือ เราไม่ควรที่จะอดอาหารอย่างเด็ดขาด

เพราะอาจจะส่งผลให้ร่างกายเกิดการขาดพลังงาน และเมื่อเราไปออกกำลังกายก็อาจส่งผลให้ร่างกายทำงานหนักขึ้นเพราะไม่มีพลังงานทดแทน จนอาจทำให้เราเป็นลมได้ เพราะการรับประทานอาหารเป็นปัจจัยสำคัญในการออกกำลัง หรือการลดน้ำหนัก

การลดน้ำหนักจะสามารถเห็นผลได้จริงนั้น คือการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจคิดว่าการลดน้ำหนักที่ได้ผลที่สุดก็คือการอดอาหาร

แต่รู้หรือไม่ว่า การที่อดอาหารแล้วไปออกกำลังกาย อาจส่งผลเสียไปยังสุขภาพร่างกายของเรา อีกทั้งยังทำให้การลดน้ำหนักเพื่อที่จะได้มีรูปร่างที่สวย และสุขภาพดีนั้นไม่เห็นผลอีกด้วย ดังนั้น วันนี้เราจะมาแนะนำเคล็ดลับง่าย ๆ

ที่จะช่วยให้คุณนั้นสามารถลดน้ำหนักได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องอดอาหาร เพราะการรับประทานอาหารย่อมมีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังส่งผลให้เรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง มีหุ่นสวย ๆ ไว้อวดเพื่อได้อีกด้วย 

การรับประทานอาหารเช้า

มื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญและจำเป็นอย่างมากต่อร่างกาย เพราะสามารถช่วยให้ระบบเผาพลาญในร่างกายของเรามีการทำงานที่ดีขึ้น ส่งผลให้การใช้ชีวิตประจำวันของเรามีพลังงานใช้ได้อย่างเต็มที่อีกด้วย

การรับประทานมื้อเช้าอย่างเต็มที่ หรืออาจจะเป็นมื้อที่หนักกว่ามื้อปกติ จะช่วยให้ในระหว่างวันเราไม่รู้สึกหิวมาก นอกจากนี้แล้ว การรับประทานมื้อเย็นก่อนเวลา 18.00 น. จะเป็นตัวช่วยให้เราควบคุมน้ำหนักของตนเองได้ และเพื่อให้ท้องของเรามีช่วงที่ท้องว่าง จึงจะช่วยให้การลดน้ำหนักของเราเห็นผล

การเพิ่มปริมาณน้ำ

เคล็ดลับการลดน้ำหนัก การที่เราดื่มน้ำเข้าไปในร่างกาย จะช่วยเข้าไปปรับเปลี่ยนความร้อนของร่างกายให้คงที่อยู่เสมอ เพราะน้ำเป็นตัวออกซิเจนที่นำอาหารเข้าไปเลี้ยงเซลล์ต่าง ๆ การดื่มน้ำเยอะ ๆ ในแต่ละวันจะช่วยให้ระบบขับถ่ายของเราทำงานดีขึ้น

และที่สำคัญเลยก็คือสามารถช่วยให้เรารับประทานอาหารได้น้อย แต่ยังรู้สึกอิ่มอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย นอกจากนี้แล้วยังช่วยให้ผิวของเราดูอิ่มน้ำ เปล่งปล่ง รู้สึกมีผิวพรรณที่ชุ่มชื้นอีกด้วย

การปรับเปลี่ยนอาหาร

หัวใจสำคัญขแงการออกกำลังกายคือ การเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หรือการปรับเปลี่ยนอาหาร จากเดิมที่เรากินอยู่คือข้าวธรรมดา อาจจะเปลี่ยนมาเป็นการกินข้าวโอ๊ตแทนก็ได้ หรืออาจจะเป็นการหันมาเลือกรับประทานสลัดผักที่มีไขมันต่ำแทนก็ได้

ซึ่งหากเราค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน กับการปรับเปลี่ยนอาหารไปพร้อม ๆ กันจะช่วยให้ร่างกายของเราเกิดการชินไปด้วย ค่อย ๆ ทำไปทีละขั้น รับรองได้เลยว่าการมีหุ่นที่สวย หรือการลดน้ำหนักนั้นเห็นผลได้ชัดอย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย.  สมัคร บาคาร่า ufabet

0 Comments
Read Full

เป็นโรคภูมิแพ้แล้วฉีดวัคซีนป้องกัน covid-19  ได้หรือไม่ 

           ช่วงนี้หลายคนคงเกิดความกลัวเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนป้องกัน covid เนื่องจากว่ามีบางคนที่ไปรับการฉีดวัคซีนป้องกัน covid แล้วมีอาการแพ้อย่างรุนแรงซึ่งบางคนนั้นก็มีอาการแพ้ถึงขนาดเป็นอัมพฤกษ์หรือหายใจไม่ออกกันเลยทีเดียวในขณะที่บางคนก็แพ้เพียงแค่เล็กน้อยโดยมีอาการขึ้นเป็นผื่นบวมแดงหรือมีอาการคันเท่านั้นเอง

         อย่างไรก็ตามหลังจากที่มีข่าวเกี่ยวกับการฉีดวัคซีนป้องกัน covid แล้วมีคนแพ้การฉีดวัคซีนทำให้หลายคนเริ่มเกิดความหวาดกลัวและไม่แน่ใจในข้อมูลว่าคนกลุ่มไหนสามารถฉีดวัคซีนป้องกัน covid ได้ดังนั้นวันนี้เราจะมาพูดถึงคนที่เป็นโรคภูมิแพ้กันว่าพวกเขาเหล่านี้สามารถทำการฉีดวัคซีนป้องกัน covid หรือไม่และจะมีอันตรายเกิดขึ้นหรือไม่

        สำหรับการเป็นโรคภูมิแพ้นั้นจะมีได้หลายภูมิแพ้ด้วยกันบางคนอาจจะเป็นโรคแพ้อากาศหรือบางคนอาจจะเป็นการแพ้ยารวมถึงบางคนนั้นอาจจะมีอาการแพ้เกี่ยวกับเรื่องของอาหารซึ่งการแพ้นั้นเบื้องต้นสามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกัน covid ได้แต่ก็ต้องดูเรื่องของการแพ้ด้วยเช่นเดียวกัน

         ถ้าหากว่าผู้ป่วยแพ้ยาอย่างรุนแรง ก็ไม่ควรที่จะทำการฉีดวัคซีนเพราะอาจจะเสี่ยงทำให้เกิดอันตรายได้แต่ถ้าหากเป็นการแพ้อาหารหรือแม้แต่แพ้อากาศสามารถที่จะฉีดวัคซีนได้เลยโดยที่ร่างกายจะไม่ได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนอย่างแน่นอนเพราะเนื่องจากว่าวัคซีนป้องกันโควิตนั้นไว้ไม่มีการใส่ส่วนประกอบที่เป็นส่วนประกอบในอาหารเข้าไปนั่นเอง

        อย่างไรก็ตามถ้าหากว่าผู้ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้ก็ควรจะมีการปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะมีการเข้ารับการฉีดวัคซีนซึ่งแพทย์จะเป็นผู้วิเคราะห์ให้ว่าผู้ป่วยเหมาะสมที่จะรับการฉีดวัคซีนหรือไม่ซึ่งโดยปกติแล้วถ้าหากว่าไม่มีอาการแพ้รุนแรงหรือไม่เคยฉีดวัคซีนแล้วแพ้เลยคุณหมอก็จะมีการอนุมัติให้ฉีดวัคซีนป้องกัน covid ได้

        สำหรับใครที่ฉีดวัคซีนป้องกัน covid เข็มแรกไปแล้วแล้วเกิดอาการแพ้เช่นอาจจะมีอาการบวมแดงหรือคันสามารถที่จะฉีดวัคซีนชนิดเดิมในเข็มที่ 2 ต่อไปได้โดยที่ไม่เกิดอันตรายถึงชีวิตแต่ถ้าหากใครที่มีการฉีดวัคซีนป้องกัน covid เพียงแค่เข็มแรกเข้าไปแล้วมีอาการรุนแรงหายใจไม่ออกต้องงดการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ทันทีเพราะอาจจะมีอันตรายถึงแก่ความตายได้

       สำหรับการฉีดวัคซีนนั้นโดยปกติแล้วหลังจากฉีดวัคซีนทางโรงพยาบาลจะให้ผู้ที่ฉีดวัคซีนต้องนั่งรอเพื่อดูอาการว่าจะมีอาการแพ้วัคซีนหรือไม่ประมาณ 30 นาทีซึ่งถ้าหากมีอาการแพ้ก็จะรีบรักษาให้อย่างเร่งด่วนแต่ถ้าหากไม่มีอาการแพ้ก็จะสามารถกลับบ้านได้นั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  ทางเข้า ยูฟ่าเบท มือถือ

0 Comments
Read Full