Author: adminone

ลดน้ำหนักอย่างไรให้ได้ผลระยะยาว

คุณเคยลดน้ำหนักไหม หรือ กำลังวางแผนในการลดน้ำหนักอยู่ สงสัยอยู่ใช่หรือไม่ว่าจะลดน้ำหนักอย่างไรให้ได้ผลและไม่กลับมาอ้วน เพราะหลายๆคนนั้นได้ลองหาวิธีการต่างๆทั้งจากคนที่ลดน้ำหนักแล้วได้ผลเอามาใช้กับตัวเอง หรือแม้กระทั่งคิดสูตรกำหนดการลดน้ำหนักให้ตัวเอง จนในที่สุดก็สามารถลดน้ำหนักลงได้จริงๆ

แต่เมื่อกลับมาทานเยอะขึ้นแค่วันสองวัน น้ำหนักขึ้นเร็วมาก

รวมกันที่รูปร่างหนาขึ้น บวมขึ้น อย่างที่เรียกว่า โยโย่เอฟเฟค สาเหตุนั้นก็มีหลากหลายปัจจัยที่ทำให้คุณกลับมาอ้วนหรือน้ำหนักเพิ่มขึ้นในระเวลาอันรวดเร็ว ถ้าเทียบกับการที่คุณได้เสียเวลาในลดน้ำหนักไปแล้วบอกเลยว่า การโยโย่เอฟเฟคนั้นรวดเร็วกว่ามาก

เพราะฉะนั้นคุณควรจะใช้เวลาในการลดน้ำหนักให้คุ้มค่ากับผลระยะจะดีใช่ไหม มาดูกันเลยอะไรบ้างที่จะทำให้คุณลดน้ำหนักได้เห็นผลระยะยาว ไม่กลับมาโยโย่ และไม่เสี่ยงอันตราย

ควบคุมอาหาร อาหารเป็นปัจจัยหลักในการลดหุ่น ลดน้ำหนัก

เพราะสารอาหารที่ละอย่างจะช่วยเข้าไปส่งเสริมการทำงานให้กับอวัยวะต่างๆภายในร่างกาย หลายคนมีความเชื่อว่ายิ่งทานน้อยยิ่งผอม ยิ่งได้ผลเร็ว นั้นเป็นความคิดที่จริง แต่มันจะทำได้เพียงแค่ระยะสั้นๆเท่านั้น เพราะถ้าทุกมื้อๆคุณทานอาหารน้อยมากเกินไป แล้วมีมื้อใดมื้อหนึ่งคุณทานเยอะขึ้นจากเดิม

กระเพาะคุณจะไม่สามารถย่อยอาหารเหล่านั้นได้ทันเวลา เนื่องจากกระเพาะจะชินกับการที่คุณรับประทานอาหารน้อย ต้องใช้เวลานานกว่าเดิมในการย่อย และอีกอย่างนั้นก็คือการอดอาหาร โดยเฉพาะสาวๆที่ชอบอดอาหารมื้อเย็น คุณกำลังคิดผิด เพราะถึงจะเป็นมื้อที่ใกล้กับเวลานอนแต่ร่างกายคุณก็ยังคงต้องการสารอาหารเข้าซ่อมแซมอวัยวะส่วนต่างๆของร่างกายที่คุณได้ใช้มันมาตั้งวัน

หากคุณอดเมื่อเย็น นั้นอาจจะส่งให้คุณลุกขึ้นมื้อดึกจะยิ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้อ้วนง่ายเดิม ขอแนะนำว่ามื้อเย็นให้ทานอาหารที่ย่อยง่ายเน้นผักและโปรตีนอย่างไข่ เนื้อปลา และควรทานก่อน 6 โมงเย็น – 1 ทุ่ม เพื่อให้กระเพาะคุณทำการย่อยก่อนเข้านอน แล้วไม่ว่ามื้อไหนก็พยายามทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ อาหารประเภทไขมัน ที่หลายคนกลัวจนไม่กล้ากินเลยนั้น แท้จริงแล้วมันสำคัญมาก เพียงแต่คุณต้องเลือกไขมันดีเข้าร่างกายอย่างไขมันจากถั่ว เมล็ดธัญพืชต่างๆ และลดอาหารจำพวกที่มีเกลือ โซเดียม น้ำตาล

ออกกำลังกาย เป็นปัจจัยรองลงมาจากการควบคุมอาหาร

เพราะบางคนคิดว่าอาหารทานแบบไหนก็ได้ จนให้ความสำคัญในการออกกำลังกายมาก นั้นเป็นความคิดที่ผิด เราไม่ควรออกกำลังมากจนเกินไป ถ้าคุณเอาความเชื่อทานน้อยเน้นออกกำลังกายมาใช้ ต้องบอกเลยว่าคุณอาจจะต้องได้เข้าโรงพยาบาลก่อนแน่นอน เพราะการออกกำลังกายจะได้ใช้พละกำลัง และทุกๆคนที่คุณออกกำลังกายร่างกายจะเอาพลังงานทั้งหมดในร่างกายของคุณออกมาใช้

ฉะนั้นแล้วถ้าก่อนออกกำลังกายคุณทานอาหารน้อยหรือสารอาหารไม่ครบ ระหว่างออกกำลังกายคุณจะรู้สึกเร็วและจบการออกกำลังเร็วกว่าที่ควรทำ ส่งผลทำให้คุณอาจจะเป็นลม หน้ามือลงได้ เช่นกันกับหลังออกกำลังกาย ถ้าคุณทานอาหารน้อยหรือสารอาหารไม่ครบ จะทำให้ร่างกายคุณทรุดโทรมลง อวัยวะภายในทำงานได้ไม่มีประสิทธิภาพ เพราะไม่มีสารอะไรเข้าไปกระตุ้นหรือซ่อมแซม

สุดท้ายนี้อยากจะบอกว่าถ้าคุณต้องการลดน้ำหนัก ลดหุ่นให้ผลระยะยาว คุณอาจจะต้องลองผิดลองถูกกับหลากหลายวิธีในการลด จนกว่าคุณจะเจอวิธีการลดที่เหมาะสมกับคุณกับร่างกายของคุณ ไม่ต้องไปทำตามใคร

เพราะร่างกายของคนเรานั้นมีความแตกต่างกันอย่างมาก เพียงแค่นำเกร็ดความรู้เหล่านั้นมาประยุกต์ใช้ให้เขากับเรา คุณอาจจะต้องเสียเวลาไปหน่อยแต่เชื่อเถอะว่า มันจะคุ้มค่ากับผลที่ได้ลัพธ์

 

0 Comments
Read Full

อาการแผลที่มุมปาก

อาการที่เป็นแผลที่บริเวณมุมของปากนั้นเกิดขึ้นขึ้นเมื่อเรานั้นรู้สึกตึงที่มุมปากหรือบวมหรือแดง หรือมีเลือดออกด้วย อาการเหล่านี้จะหายภายใน 2-3 วันหรือมากกว่านั้น หรือที่เราเรียกกันว่าปากนกกระจอก อาการเรานั้นจะรู้สึกว่าจะเจ็บที่มุมปากหรือว่าหรือมีอากรคันที่มุมปากข้างใดข้างหนึ่งหรือสองข้างในการณ์

แบบนี้จะทำให้เรานั้นรู้สึกว่ากินอะไรไม่ได้เพราะจะเจ็บที่มุมปาก หรือถ้าเรานั้นกินเวลาที่เรานั้นอ้าปากนั้นเราจะเจ็บหรือมีอาการเลือดออกที่มุมปาก

แล้วจะทำให้เรานั้นหายช้า กว่าปกติ อาการเหล่านี้อาจจะทำให้เรานั้นติดเชื้อแบคทีเลีย และจะกลายเป็นเชื้อรา แล้วอาจจะลามไปที่บริเวณแผลอาการของปากนกกระจอกนั้นเกิดขึ้นมาจากหลายๆอย่าง เช่นน้ำลายเพราะน้ำลายนั้นชอบไปกระจุกอยู่ตรงมุมขอบปาก แล้วจะทำให้เกิดแบคทีเลียและจะกลายมาเป็นเชื้อรา 

อาการปากแห้งปากแตกเพราะเพราะเรานั้นไม่ค่อยกินน้ำหรือกินน้ำไม่เพียงพอ

แล้วก็เป็นคนที่ชอบเลียขอบปากด้วย ส่วนปากแห้งแตกนั้นยังเสียงเป็นโรคปากนกกระได้สูงมากเช่น คนดัดฟันเพราะเวลาที่เรานั้นดัดฟันนั้นเราต้องใส่ยาง ซึ่งเกิดน้ำลายเรานั้นไปหมักอยู่ตรงที่มุมปากแล้วจะกลายเป็นที่หมักของแบคทีเลีย และโดยกลุ่มที่เป็นโรคทางระบบทางเดินอาหารเช่นลำไส้อักเสบ

ส่วนคนที่ผิวแพ้ง่ายเป็นโรคผิวหนัง หรือว่าได้รับวิตามินซีหรือธาตุเหล็กน้อยเกินไป  

คนที่เป็นปากนกกระจอกนั้นถ้าเราไปหาหมอเขาจะตรวจสอบอาการและดูอาการณ์ของแผลที่เป็นว่ามีอาการรอยแดงบวม  หรือมีเลือดออกไหมที่บริเวณของแผล ที่จะเป็นปากนกกระจอก  

อาการดูแลและรักษาตัวเอง เมื่อเรารู้ว่าเราเป็นหรือคนอื่นเป็นเราดูแลตัวเอง เช่นเรากินน้ำบ่อยๆเพื่อให้ผิวของเรานั้นชุ่มชื่น และน้ำยังช่วยไม่ให้ปากเราแห้ง ถ้าปากเรานั้นแห้งก็อาจจะเกิดเป็นแผลที่บริเวณข้างมุมปาก 

เราควรกินน้ำเยอะ และหมั่นดูแลตัวเองกินของที่มีวิตามินซีเยอะ แต่ถ้าเรามีอาการเป็นแล้วเราก็สามารถไปซื้อยามาทา หรือว่าจะไปหาหมอก็ได้ เพราะหมอเขาจะได้ตรวจและเช็คอาการของเรา อาการเหล่านี้เป็นสักสามสี่วันเดียวก็หาย เพราะจะไม่เป็นนาน 

การป้องกันและดูแลตัวเองไม่ให้เป็น คือเราต้องไม่เลียหรือกัดริมฝีปากบ่อยๆ

เมื่อเรานั้นมีอาการที่ปากแห้งนั้นเราควรที่จะซื้อลิปมาทาหรือจำพวกครีมทา โลชั่น เพื่อที่จะรักษาบริเวณริมฝีปากเรานั้นให้ชุ่มชื้น เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นปากนกกระจอก 

 

ขอขอบคุณบทความที่ให้นำมาเสนอโดย บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท

0 Comments
Read Full

แก้ปัญหาใต้ตาหมองคล้ำ

ปัญหาใต้ตาหมองคล้ำ ใต้ตาดำ เป็นปัญหากวนใจสำหรับใครหลายๆคน ทำให้หน้าดูโทรมดูป่วย แต่งหน้าลำบาก หรือสิ่งที่กวนใจต่างๆ ปัญหานี้เกิดขึ้นนั้นมาจากหลายสาเหตุ

ทั้งจากการอดนอน นอนดึก พักผ่อนน้อย กรรมพันธุ์ ภูมิแพ้ การขยี้ตา หรือการไหลเวียนเลือดบริเวณรอบดวงตาไม่ดี แต่ปัญหาใต้ตาหมองคล้ำไม่ใช่ปัญหาที่ไม่สามารถแก้ได้ มีหลายวิธีที่จะช่วยฟื้นฟูและปกปิดสภาพผิวบริเวณรอบดวงตาให้ดีขึ้นได้ แต่จะมีวิธีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

พักผ่อนให้เพียงพอ

ในแต่ละวันของแต่ละคนนั้นมีกิจกรรมต่างๆมากมายที่ต้อง ที่ส่งผลให้ไปรบวนการนอน หรือ บางคนอาจจะนอนไม่หลับ จนต้องหาอะไรทำเพื่อให้นอนหลับ รู้ตัวอีกทีก็ดึกมากแล้ว หรือ ข้ามวันใหม่มาแล้ว

เป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวใต้ตาหมองคล้ำ ควรปรับเปลี่ยนวิธีการนอนให้นอนเร็วขึ้น พักผ่อนให้ครบ 8 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ

นวดกดจุดบริเวณรอบดวงตา

บางคนอาจจะมีปัญหาภายในที่ระบบไหลเวียนเลือดบริเวณรอบดวงตาไม่ดี แก้โดยการใช้นิ้วชี้กดเบาๆที่ใต้ดวงตาช้าๆ ควรทำหลังตื่นนอนตอนเช้าอย่างสม่ำเสมอ

จะช่วยไล่ความหมองคล้ำบริเวณรอบดวงตาให้กระจางหายไปได้ และตัวช่วยอีกหนึ่งวิธีคือการใช้ผ้าชุบน้ำอุ่น นำมาประคบบนเปลือกตา ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วล้างด้วยน้ำเย็น พร้อมกับการกดจุดเหมือนเดิม จะทำให้รู้สึกสบาย สดชื่น มากยิ่งขึ้น

ทาครีมรอบดวงตา

การใช้ครีมฟื้นฟูให้กับรอบดวงตาที่หมองคล้ำ ควรเลือกครีมที่มีสารช่วยให้ผิวขาวใส อย่างเช่น วิตามินซี เรตินอล กรดโคจิก ลิโคไลซ์ อาร์บูติน ไฮโดรควิโนน หรือครีมที่มีส่วนผสมจากกรดผลไม้ ฯลฯ

เหล่านี้จะช่วยให้ผิวหมองคล้ำ รอยดำบริเวณใต้ตากระจ่างใส ดูจางขึ้นภายใน 3-4 สัปดาห์ หากว่าทาต่อเนื่องและทำอย่างสม่ำเสมอจะเห็นผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้น

ประคบด้วยถุงชา

วิธีนี้คือการนำถุงชาที่ผ่านการชงแล้วไปแช่ไว้ในตู้เย็น ข้ามวัน หรือประมาน 30 นาที – 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นให้นำมาวางประคบไว้บนเปลือกตาทั้ง 2 ข้าง ทิ้งไว้อย่างนั้นประมาน 15 – 20 นาที แล้วเอาออก

ตามด้วยการล้างด้วยน้ำเย็น สำหรับคนที่มีปัญหาผิวแพ้ง่ายหรือบวมง่าย วิธีนี้จึงเหมาะมาก เพราะถุงชาที่ใช้นั้นมาจากธรรมชาติ ไม่มีสารเคมีที่มาระคายเคืองต่อผิว

ใช้คอนซีลเลอร์

เป็นวิธีที่การแก้ปัญหาแบบทันที และเร่งด่วน การใช้คอนซีลเลอร์นั้นจะช่วยกลบร่องรอยใต้ตาได้ผลที่ดีที่สุด การเลือกใช้คอนซีลเลอร์ควรเลือกให้สีอ่อนกว่าผิวจริงประมาน 1-2 เฉด การทาคอนซีลเลอร์ใต้ถุงตา เริ่มจากการทาที่หัวตาไล่ตามไปแนวขนตา

จากนั้นค่อยๆเกลี่ยให้เนียน โดยใช้มือเกลี่ยเบาๆ หรือจะใช้อุปกรณ์เสริมอย่างฟองน้ำมาช่วย เพียงเท่านี้ก็จะช่วยกลบปัญหาใต้ตาดำได้ทันทีในเวลาที่ต้องออกไปทำกิจกรรมข้างนอกและพบปะผู้คน

 

ขอขอบคุณสาระดีๆจากเว็บ แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ

0 Comments
Read Full

มารู้จักโรคอัลไซเมอร์กันเถอะ

หลายคนคงเคยได้ยินเกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์กันมาบ้างแล้ว

แต่ยังมีอีกหลายคนแยกเรื่องการสมองเสื่อมกับอัลไซเมอร์ไม่ออกว่าแท้ที่จริงแล้วทั้งอัลไซเมอร์และสมองเสื่อมคือโรคเดียวกันหรือไม่อันที่จริงแล้วโรคที่มีผลเกี่ยวกับความจำของคนเรา เช่น จำไม่ได้ว่ากินข้าวหรือยังจำไม่ได้ว่าวางของไว้ที่ไหนหรือจำไม่ได้ว่าเมื่อวานไปทำอะไรมาบ้างเหตุการณ์ที่จำไม่ได้เหล่านี้เป็นอาการของคนเป็นโรคความจำเสื่อมและความจำเสื่อมก็มีหลากหลายสาเหตุซึ่งอาการอัลไซเมอร์ก็คือโรคสมองเสื่อมอีกอย่างหนึ่งนั้นเอง รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

หากจะกล่าวไปแล้วคนเราจะเริ่มเป็นโรคสมองเสื่อมเมื่ออายุเริ่มเข้าปีที่ 60 ไปแล้ว

แต่ก็มีบางคนที่อายุยังน้อยแต่ความจำก็เริ่มมีปัญหาจำอะไรไม่ค่อยได้แต่ปัญหาเรื่องความจำเหล่านี้ก็สามารถมีหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น สมองอาจจะเคยได้รับความกระทบกระเทือนจากการประสบอุบัติเหตุมาหรืออาจเกิดจากมีการทานยาบางชนิดมาเกินไปซึ่งมีผลกระทบกับสมองสำหรับคนที่เป็นโรคอัลไซเมอร์นั้นมักจะชอบทำอะไรซ้ำๆพูดซ้ำๆเริ่มจำคนในครอบครัวไม่ได้ชอบหลงๆลืมๆและมักจะลืมเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไปไม่นานแต่หากเป็นแค่อาการหลงๆลืมชั่วคราวที่ไม่ใช่อัลไซเมอร์แล้วละก็เมื่อเวลาผ่านไปสักพักก็จะสามารถจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้แต่ถ้าเป็นคนไข้อัลไซเมอร์แล้วเขาจะจำไม่ได้เลย 

สำหรับคนที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์นั้น

เราควรที่จะมีการดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษเพราะผู้ป่วยเหล่านี้มักจะเกิดอันตรายได้ง่ายรวมถึงอาจหายตัวออกจากบ้านได้ง่ายดังที่มีข่าวเกี่ยวกับคนหายออกมาบ่อยๆให้ช่วยตามหาซึ่งพอสอบถามกับทางญาติแล้วคนที่หายเหล่านั้นส่วนมากมักจะป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์เมื่อออกจากบ้านแล้วก็จะจำทางกลับบ้านไม่ได้หากเราคิดว่าตัวเองเริ่มมีอาการหลงๆลืมๆ โดยลืมแล้วไม่สามารถกลับมานึกย้อนได้ รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ถ้าไม่แน่ใจลองเข้าไปพบแพทย์ให้ทางแพทย์ทำการทดสอบว่าเรากำลังป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์อยู่หรือไม่

และถ้าหากตรวจพบว่าเป็นโรคอัลไซเมอร์ก็ควรรีบรักษาอย่างเร่งด่วนควรมีการแจ้งคนในครอบครัวให้ทราบว่าเราเป็นโรคนี้เพื่อที่คนในครอบครัวจะได้คอยช่วยดูแลช่วยเหลือในการเตือนความจำให้กับเราส่วนการรักษานั้นทางแพทย์อาจจะลองรักษาตามอาการหรือการให้ทานยาและก็อาจจะมีการปรับพฤติกรรมการดำเนินชีวิตเราเองสามารถป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ด้วยการพยายามฝึกลับสมองบ่อยๆ เช่น เล่นเกมหรืออ่านหนังสือเหมือนที่คนแก่ชอบพูดว่าการเล่นไพ่เป็นการลับสมองป้องกันการเป็นอัลไซเมอร์ได้และควรออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง

0 Comments
Read Full

มาทำความรู้จักโรคเนื้อเน่ากันเถอะ

       หลายวันก่อนได้มีโอกาสอ่านข่าวดารา คุณ บอย ปกรณ์  ไปเที่ยวที่ญี่ปุ่นแล้วถูกแมลงกัด แล้วต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล เพื่อรักษาอาการติดเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อ ซึ่งคุณหมอได้ออกมาบอกว่า โรคแบคทีเรียกินเนื้อและโรคเนื้อเน่า คือชื่อเรียกของโรคชนิดเดียวกัน ลักษณะของโรคนี้คือ เนื้อเยื่อใต้ผิวหนังมีการติดเชื้อแบคทีเรีย

ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงชนิดเดียว หรืออาจเป็นจากการติดเชื้อแบคทีเรียหลาย ๆ ชนิดพร้อมกัน จุดที่เป็นอันตรายมากที่สุด เช่นไขมันใต้ผิวหนัง จะมีความรุนแรงมาก อันตรายถึงชีวิต

          สำหรับแบคทีเรียชนิดนี้จะระบาดในช่วงหน้าฝน

โดยโรคนี้มักจะพบในกลุ่มของเกษตรกร เพราะต้องลุยน้ำโคลน แต่ที่จริงแล้วก็สามารถเกิดได้กับทุกคนทุกเพศทุกวัย

โรคนี้การถูกแมลงกัด ถูกกระจกบาด หรือเศษไม้ตำ แล้วไม่ได้รับการทำความสะอาดแผลและรักษาก็ทำให้เกิดโรคชนิดนี้ได้เหมือนกัน การติดเชื้อมักมีอาการรุนแรงและรวดเร็ว

ต้องรีบทำการรักษาอย่างเร่งด่วน ไม่เช่นนั้นอาจจะเสี่ยงที่จะต้องสูญเสียอวัยวะหรืออาจเสียชีวิตได้  กลุ่มคนที่เสี่ยงที่จะเป็นโรคเนื้อแบคทีเรียกินเนื้อมากกว่าคนกลุ่มคือ คือกลุ่มคนที่เป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคตับแข็ง โรคมะเร็งและโรคไตวาย คนที่ติดแอลกอฮอล์ คนติดบุหรี่ คนอ้วน หรือแม้แต่คนที่การใช้สารเสพติดเข้าเส้น ล้วนเสี่ยงมากคนทั่วไปมาก 

       ลักษณะอาการของโรค

จะมีลักษณะผิวหนังบวม แดง เมื่อกดลงไปจะเจ็บตรงบริเวณที่มีการติดเชื้อ ถ้าไม่รีบรักษาภายใน 36 ชั่วโมงตรงบริเวณที่มีการบวมแดงจะกลายเป็นสีม่วงคล้ำ และมีตุ่มน้ำพองเกิดขึ้นที่ผิวหนังและมีการตายของชั้นใต้ผิวหนังและถ้าปล่อยให้เป็นมากขึ้นจะไปทำลายเส้นประสาท ทำให้ชาผิวหนังบริเวณที่ติดเชื้อ

หลังจากนั้นจะเริ่มมีอาการไข้ หนาวสั่น ปวดเมื่อยเนื้อตัว เริ่มอาเจียนและหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ และหากไม่ได้รับการรักษา จะทำให้มีการแพร่ของเชื้อโรคเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้ระบบต่างๆในร่างกายล้มเหลว จนผู้ป่วย ช็อคและเสียชีวิตลง ดังนั้นเมื่อพบว่ามีบาดแผลควรรีบล้างทำความสะอาดแผล และรีบรักษาทันทีอย่าปล่อยให้ลุกลาม

     หากตรวจพบว่าเป็นโรคนี้

ผู้ป่วยจะต้องรีบเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลทันที่ โดยการรักษาคุณหมอจะทำการผ่าตัดให้ลึกถึงชั้นพังผืดที่ห่อหุ้มชั้นกล้ามเนื้อแล้วเอาเนื้อเยื่อบริเวณที่ตายออก พร้อมกับให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดและมีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้

ซึ่งบางครั้งถ้าการติดเชื้อมีการลุกลามอาจถึงขั้นตัดอวัยวะที่ติดเชื้อออกได้ เพื่อป้องกันการลุกลามของเชื้อ 

ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดโรคนี้ เราจึงควรระมัดระวังไม่ให้มีบาดแผล และเมื่อพบว่ามีบาดแผลให้รีบทำความสะอาดบริเวณแผล หากพบว่ามีการบวมแดงของแผล ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อตรวจสอบอาการ

0 Comments
Read Full

น้ำผัก-ผลไม้ลดพุง

ใครๆก็คงไม่อยากใส่เสื้อผ้าไม่สวย เดินแล้วพุงยื่น แต่การลดน้ำหนักสำหรับบางคนก็เรื่องที่ยากมาก บางคนไม่มีเวลา บางคนไม่ชอบออกกำลังกาย

ดังนั้น นอกเหนือจากเรื่องนี้แล้วตัวช่วยสำหรับหนุ่มๆสาวๆ ที่อยากลดน้ำหนักแต่ไม่มีความสะดวกทั้งสองเรื่องนี้คงต้องมาเน้นเรื่องอาหารการกินกันแทนดีกว่า เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าการกินผักและผลไม้ดีต่อร่างกาย ประโยชน์มากหลาย แต่ก็ยังคนบางส่วนที่ไม่ชอบกินผัก ทำอย่างไรก็กินไม่ได้ ดังนั้นวันนี้เรามาลองเปลี่ยนความเกลียดให้เป็นความชอบแทน ลองทานผักในรูปแบบของน้ำผักดู

อาจะช่วยให้คุณชอบทานผักขึ้นมาได้ และที่สำคัญมีประโยชน์ ช่วยลดพุงได้ด้วย

  1. ปวยเล้งกับแอปเปิลเขียว ส่วนผสมไม่มีอะไรมากแค่มี ปวยเล้ง 1 กำมือ กับแอปเปิลเขียวหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ และน้ำสะอาดอีก 1 แก้ว นำทุกย่างมาล้างให้สะอาดแล้วนำเข้าเครื่องปั่น ปั่นจะทุกอย่างละเอียด ก็เทใส่แก้ว เติมน้ำผึ้งหรือน้ำมะนาวนิดหน่อยเพื่อเพิ่มรสชาติ แค่นี้ก็ทานได้แล้ว สำหรับน้ำผัก –ผลไม้แก้วนี้ มีวิตามินซีเยอะ ทั้งซีและอีก จะช่วยเรื่องการบำรุงเลือดและช่วยเรื่องลดน้ำหนักได้ด้วยเพราะมีไฟเบอร์สูง
  2. มะเขือเทศกับแตงกวาปั่น สำหรับส่วนผสมกับมีแค่ 2อย่างนี้เท่านั้นคือ มะเขือเทศกับแตงกวา นำมาล้างให้สะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำแตงกว่ามาปั่นก่อนสักพักดูว่าละเอียดดีแล้วใส่มะเขือเทศแล้วปั่นรวมกันต่อ ดูจนละเอียดก็เทใส่แก้วพร้อมดื่มได้เลย สำหรับน้ำมะเขือเทศกับแตงกวาปั่นนี้ นอกจากจะช่วยเรื่องการลดน้ำหนักแล้วยังช่วยเรื่องผิวสวยอีกด้วย 
  3. แก้วนี้เป็นสามทหารเสือ มีแครอท ขิง และแอปเปิลเขียว ส่วนผสมเป็น แครอท 1หัว ขิง 1แง่งเล็กๆ  แอปเปิลเขียว 1ลูกและน้ำเปล่า 1แก้ว นำขิงและแครอทมามาปลอกเปลือกแล้วหั่น ขิง แครอทและแอปเปิลเขียวเป็นชิ้นเล็กๆ หลังจากนั้นก็นำมาปั่นรวมกันใส่น้ำเพื่อให้ปั่นได้ง่ายง่ายขึ้นเมื่อปั่นละเอียดแล้วก็เทใส่แก้ว พร้อมดื่มได้เลย สำหรับน้ำผัก- ผลไม้แก้วนี้จะมีความเผ็ดร้อนของขิงอยู่ด้วย จะช่วยเรื่องของการย่อยอาหาร และทำให้อิ่มนานไม่หิวง่ายอีกด้วย 
  4.  อีกสูตรความอร่อยที่อยากแนะคือการนำพริกหวาน แอปเปิลและน้ำมะนาวมาปั่นผสมเข้าด้วยกัน ก่อนปั่นอย่าลืมนำพริกหวานและแอปเปิลมาล้างให้สะอาดและหั่นเป็นชิ้นเล็กๆก่อนนะจ๊ะ มีปั่นเรียบร้อยแล้วก็เทใส่แก้วพร้อมทานได้เลยจ้า สูตรนี้จะช่วยเรื่องการเร่งการเผาพลาญไขมัน ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย 

วันนี้นำมาฝาก 4 สูตรอย่าลืมนำไปลองทำดื่มกันนะค่ะ 

0 Comments
Read Full

กินอะไร ถึงจะแข็งแรงแบบนักอเมริกันฟุตบอล

ในการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลนั้นถึงจะมีกติกาเขียนไว้ว่าแข่งแค่ชั่วโมงเดียวก็ตามแต่ในการแข่งมีการหยุดทุกครั้งในหนึ่งเพลย์ และการหยุดทุกครั้งแบบนี้

ทำให้กินเวลาการแข่งยาวนานขึ้นมากว่า 1 ชั่วโมงอย่างแน่นอนและอาจจะกินเวลาไปถึง 3-4 ชั่วโมงเลยทีเดียวและยามที่ไม่มีการแข่งขันก็ใช่ว่าพวกเขาจะได้พักพวกเขาก็ยังต้องซ้อมอยากหฤโหดนั้นจึงทำให้อาหารการกินของนักอเมริกันฟุตบอลนั้น

ปริมาณที่มากกว่าคนธรรมดาทั่วไป

แต่นักอเมริกันฟุตบอลแต่ละคนก็มีสูตรการกินอาหารในแต่ละวันแตกต่างกันไปซึ่งมันจะเกี่ยวข้องกับตำแหน่งการเล่น และความชอบของแต่ละผู้เล่นด้วยเรามาแอบดูกันว่า
นักอเมริกันฟุตบอลระดับตำนานแต่ละคนเขารับประทานอะไรเข้าไปบ้างในแต่ละวัน
ซึ่งทั้งหมดนั้นก็เพื่อที่พวกเขาจะได้มีทั้งแรงกายและแรงใจที่จะเล่นในวันแข่งและวันซ้
อมRashad Jennings ตำแหน่ง Running Back

โดยปกติ Rashad Jennings เขาไม่ค่อยจะสนใจนับว่าวันแต่ละวัน

เขาสวาปามอาหารเขาไปทั้งหมดกี่แคลอรีเขาบอกว่าเขาเน้นไปในทางสมดุลของแต่ละมื้อมากกว่าส่วนมากเขาจะรับประทานเหมือนกันทั้งช่วงต้นและช่วงท้ายฤดูกาล เขาทานวันละ 3-4 มื้อ มื้อเช้าประกอบด้วย ไข่ขาวปั่นกับข้าวโอ้ต ตามด้วย เบคอนไก่งวง
มื้อกลางวันกับมื้อเย็นจะหนักหน่อยแต่ครบหมู่ทีเดียว สลัด โปรตีนจากเนื้อไบซันมีตโลฟไก่งวง ตามด้วยพวกแป้ง นั้นคือ ข้าว พาสต้า มัน ตบท้ายด้วย

ผลไม้และโยเกิร์ต เขามีของกินเล่นระหว่างมื้อด้วย ผลไม้ มีทบอล โปรตีนเชคฮุมมูสกับขนมปัง อโวคาโด แต่เขาบอกว่าอาหารโปรดเขาคือ ซูชิTom Brady ตำแหน่ง Quarter Backต้องบอกว่าเขาเป็นคนเข้มงวดกับการกินมากๆ

และเขาเน้นการบำรุงสมองมากๆ 80% ของอาหารที่เขาทาน ส่วนใหญ่เป็น ผัก

โฮลเกรน ข้าวกล้อง ข้าวฟ่าง และอีก 20% จะเป้นเนื้อสัตว์ที่ไม่มีไขมัน เช่น เป็ด ไก่ ปลา เน้นที่ปลาแซลมอนเป็นหลัก ที่แปลกคือ สเต็กเนื้อแต่ต้องเป็นเนื้อจากวัวที่เลี้ยงด้วยหญ้าออแกนิคพร้อมกับปรุงโดยน้ำมันมะกอกและน้ำมันมะพร้าวเท่านั้น ปรุงด้วยเกลือ Himalayan Pinkเขาเป็นคนที่มีลิสรายการอาหารที่ไม่กินมากมายเลยทีเดียว พูดไม่หมดแน่ๆละ

0 Comments
Read Full

สมุนไพรยารักษาโรคในบ้าน

สมุนไพรใกล้ตัวเราที่เรามักมองข้ามกันจริงๆแล้วมีประโยชน์ในการรักษาโรคเป็นอย่างมาก
ในอดีตการที่จะไปหาหมอนั้นเป็นเรื่องที่ยากลำบากเนื่องจากการเดินทางในอดีตนั้นมีความยากลำบากว่าสมัยนี้ดังเนั้นมื่อเกิดอาการเจ็บ

สมุนไพรจึงยารักษาโรคต่างได้เป็นอย่างดีเนื่องหาง่ายมีในครัวเรือน ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางคนสมัยก่อนมักจะคุ้นชินกับการใช้สมุนไพรในการรักษาอาการเจ็บป่ายเพราะใช้อยู่เป็นประจำ แต่ในปัจจุบันยาเคมีมีบทบาทกับคนยุคนี้มากขึ้น

เพราะกินง่ายและหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป จึงไม่ค่อยได้ใช้สมุนไพรกันบ่อยนัก จึงทำให้ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพลดลง
สมุนไพรบางชนิดอกจากจะเอาไว้รักษาอาการเจ็บป่วยได้แล้วยังสามารถนำมาปรุงเป็นอาหารได้อีกด้วย

เป็นการประยุกต์เอายามาทำอาหารกินไดอย่างมีนัยยะ ดังนั้นเราก็เหมือนได้กินทั้งอาหารและยารักษาโรคไปในตัวเรามาดูกันดีกว่าว่าสมุนไพรที่้เราเคยและไม่เคยกินนั้น มีสรรพคุณอย่างไรวันหลังถ้าเราได้เห็นมีนบนจานอาหารจะได้ไม่ต้องเขี่ยสมุนไพรเหล่านี้ทิ้ง

1. ตะไคร้


ตะไคร้เป็นพืชที่เราพบได้บ่อยมากเนื่องจากถูกมาปรุงเป็นอาหารอยู่หลายอย่าง
ตะไคร้เป็นเครื่องต้มยำชั้นดีเพราะมีกลิ่นหอมช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของอาหารแทบทุกอย่างจะขาดไปไม่ได้เลย
และยังมีฤิทธิ์ในการรักษาอาการ จุก เสียด แน่นท้อง ไล่ลม ได้ดีอีกด้วย

2.กะเพรา


กะเพราเป็นพืชที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีเนื่องจากเราจะได้ผัดกะเพรากันบ่อยๆ เพราะเป็นอาหารที่ทำง่ายและอร่อย กะเพราเป็นพืชล้มลุกมีรดเผ็ด
ช่วยในการขับลมได้เป็นอย่างดี เพราะในกะเพรามีน้ำมันหอมละเหยซึ่งมีฤิทธิ์ในการขับลม

3.ข่า


เป็นพิชล้มลุกอีกชนิดที่มีส่วนสำคัญในการประกอบอาหาร เพราะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มีรสเผ็ดร้อน มีเนื้อสีเหลืองอ่อนๆ
นำมาทำเป็นส่วนผสมของพริกเพื่อเพิ่มรสชาติและความหอมของอาหารมีฤิทธิ์ในการรักษากลากเกลื้อน ดับน้ำคาวปลาคุณแม่หลังคลอดลูกใหม่ได้
ตำข่าใส่กับมะขามเปียกแล้วก็เกลือรับประทานทุกวันก็จะช่วยให้ขับน้ำคาวปลาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

4.ขิง


ขิงเป็นพืชล้มลุกจำพวกเหง้า ขิงป็นพืชที่มีรสหวานและเผ็ดร้อน ใช้นำมาทำอาหารก็ได้เป็นยาก็ดี ขิงมีส่วนในการแก้อาการเจ็บตอ อาการไอ
และขับเสมหะได้อย่างดี ยังสามารถช่วยอาการเมารถมาเรือได้อีกด้วย เพียงนำขิงมาทุบพอแตกแล้วนำมาต้มดื่มเพียงเท่าอาการเมารถเมาเรือก็จะทุเลาลง

สมุนไพรเหล่านี้มีคุณประโยชน์ที่มากมายหาง่ายปลูกง่ายและก็ไม่เป็นภัยต่อร่างกายของเราสามารถปลูกเอาไว้ที่สวนหลังบ้านได้
นำมาประกอบอาหารก็ได้ และแถมยังได้ยารักษาโรคอีกด้วย ทีนี้เวลาเรากินอาาหารที่มีสมุนไพรหล่านี้ก็อย่าเผลอเขี่ยทิ้งล่ะ ของมีประโชยน์ทั้งนั้น

0 Comments
Read Full